รู้ทันกลโกงจองที่พักออนไลน์
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

ปัจจุบันเทคโนโลยี หรือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราแทบทุกการกระทำ ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงตอนหมดวัน ทุกๆ ย่างก้าวของเราได้ใช้งานสิ่งประดิษฐ์
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
หรือการพัฒนาเทคโนโลยีไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งที่ถูกคิดค้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์จนเราแทบจะเรียกได้ว่าเคยชินกับการใช้งานเทคโนโลยีจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
โดยเทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังถูกพัฒนาและนำมาสู่ชีวิตประจำวันมากขึ้นคือการประยุกต์ใช้ AI ในขณะเดียวกัน AI ได้กลายเป็นเครื่องมือให้กับมิจฉาชีพ เพราะในยุคดิจิทัล AI
รายละเอียดเพิ่มเติม
ได้พัฒนาวิธีและกลยุทธ์การหลอกลวงที่ล้ำหน้ามากกว่าเดิม โดยเฉพาะในการหลอกลวงเหยื่อผ่านช่องทางออนไลน์ สังเกตเห็นได้จากเทคโนโลยีต่างๆ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
เตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หลังพบมิจฉาชีพใช้การจองที่พักและการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือหลอกลวง โดยหลอกให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ เร่งให้ชำระเงิน
และกรอกข้อมูลการชำระเงิน ก่อนนำข้อมูลไปใช้ทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต นายไรวินทร์ วรวงศ์สถิตย์ ประธานชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิต และผู้บริหารสูงสุด
สถานการณ์ล่าสุด
สายงานควบคุมงานปฏิบัติการและปฏิบัติการร้านค้า “เคทีซี” กล่าวว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพไม่ได้อาศัยเพียงการสร้างเพจปลอมหรือเว็บไซต์ปลอมเท่านั้น แต่พัฒนากลโกงให้เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง
โดยเริ่มจากการสร้างความน่าเชื่อถือ เร่งให้เหยื่อตัดสินใจ และหลอกให้กรอกข้อมูลการชำระเงิน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้ ขั้นที่ 1 หลอกให้เชื่อ
โดยมิจฉาชีพได้สร้างเพจปลอม เว็บไซต์ปลอม หรือข้อมูลโรงแรมที่ไม่มีอยู่จริงบนแพลตฟอร์มจองที่พัก พร้อมนำชื่อ ภาพถ่าย โลโก้
มุมมองและผลกระทบ
และรายละเอียดของสถานประกอบการจริงมาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ บางกรณีมีการสร้างรีวิวปลอมหรือเสนอราคาที่ต่ำกว่าปกติ เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจจอง ขั้นที่ 2 หลอกให้รีบตัดสินใจ
เมื่อผู้บริโภคเริ่มสนใจ มิจฉาชีพจะใช้เงื่อนไขเร่งรัด เช่น แจ้งว่าห้องพักเหลือน้อย โปรโมชันกำลังจะสิ้นสุด หรือต้องรีบชำระเงินเพื่อยืนยันการจอง ก่อนส่งลิงก์ชำระเงินปลอม
หรือให้โอนเงินไปยังบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงแรมหรือผู้ให้บริการจริง ขั้นที่ 3 หลอกให้จ่ายหรือเปิดเผยข้อมูลการชำระเงิน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เมื่อผู้บริโภคกดลิงก์ชำระเงินหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพกำหนด ข้อมูลการชำระเงินที่กรอกลงไปอาจถูกนำไปใช้ทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ช่วงเวลาที่ผู้บริโภคควรระมัดระวังมากที่สุด
คือช่วงที่ถูกเร่งให้ตัดสินใจ เพราะมิจฉาชีพมักใช้ราคา โปรโมชัน หรือข้อจำกัดด้านเวลา ทำให้ผู้เสียหายละเลยการตรวจสอบรายละเอียด ก่อนทำธุรกรรมควรตรวจสอบชื่อร้านค้า ยอดเงิน
และสกุลเงินที่ระบุในข้อความ OTP ว่าตรงกับรายการที่กำลังชำระหรือไม่ หากพบข้อมูลไม่ตรงกัน ไม่ควรกรอกรหัส OTP และควรยุติการทำรายการทันที อย่างไรก็ตาม
เคทีซีได้แนะนำแนวทางป้องกันตนเองจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ดังนี้ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจ เว็บไซต์ โรงแรม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



