อาทิตย์ใส – ‘ต่อ’มุมมองชีวิตเปลี่ยน! เข้าถึงง่าย-แต่จุดที่สนิทนั้นยาก
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:37อ่าน 3 นาที

โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานานถึง 12 ปีแล้ว สำหรับนักแสดงมากฝีมือ ‘ต่อ’ ธนภพ ลีรัตนขจร ซึ่งตอนนี้กำลังมีผลงานภาพยนตร์ “Her in Frame เธอในภาพนั้น” ที่กำลังฉาย และซีรีส์ “โกโบริ” ของช่องวัน 31 ที่รอเปิดกล้อง โดยวันนี้เจ้าตัวได้มาพูดคุยถึงมุมมองชีวิตและมุมมองทางด้านความรักที่เปลี่ยนไปตามวัย รวมถึงการคัดกรองคนที่จะเข้ามา อีกทั้งยังเล่าถึงตอนแรกๆ ที่เข้าวงการมาใหม่ๆ และเป้าหมายต่อไปในวงการบันเทิง เข้าวงการมา 12 ปีแล้ว?
อ่านข่าวในหมวด ไลฟ์สไตล์ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ต่อ – “ครับ จริงๆ มันคือการครบ 1 เซอร์เคิลพอดี ผมว่ามุมมองผมเปลี่ยนนะ ต้องใช้คำว่าเจอมาเยอะ ประสบการณ์ค่อยๆ สั่งสม สิ่งที่ยืนยันคำเดิมคือรู้สึกว่านักแสดงเป็นอาชีพได้ ไม่ได้เป็นอาชีพที่ฉาบฉวยเหมือนที่เคยได้ยินผู้ใหญ่บอกว่าเต้นกินรำกิน แต่ผมมองว่าถ้าจะทำให้เต้นกินรำกินก็ได้ แต่ก็สามารถไม่ต้องทำอย่างนั้นได้เหมือนกัน ผมมองว่าวงการนี้มันพิเศษ มันหล่อเลี้ยงด้วยคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการนี้ เลยเป็นวงการที่สนุกและมีวาไรตี้มาก ประมาณว่าวงการนี้กินกับอะไรก็อร่อย สมมติเราอยากทำโปรเจ็กต์ท่องเที่ยว อยู่ๆ ก็ไปผูกกับท่องอะไรแบบนั้น ปีนี้เทรนด์แบบไหนมาวงการบันเทิงไปได้หมด เรียกว่า Ready to match อ่ะ” ตอนเข้าวงการมาแรกๆ คิดไหมว่าจะยึดเป็นอาชีพ?
ต่อ – “ไม่ครับ ตอนนั้นเข้ามาเพราะพี่ย้ง (ย้ง ทรงยศ) ชวนมาคุยด้วยแค่นั้นเลย จริงๆ ผมไม่ใช่คนกล้าแสดงออก แต่ถ้าด้วยตำแหน่งหน้าที่ผมจะกล้า แต่ถ้าตัวจริงยังไม่ได้คอมฟอร์ตในการแสดงมากขนาดนั้น ยังขี้เขินอยู่ ตอนที่ได้แสดงครั้งแรกก็รู้สึกเลย ไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็นอาชีพได้ แต่รู้สึกว่าอยากให้มันเป็นอาชีพ ตอนแรกผมต่อต้านเรื่องการแสดงออก แต่พอถูกส่งเรียนการแสดง ซึ่งคลาสการแสดงที่มันเบสิกมากๆ เขาจะเหมือนกับพาเราเที่ยวในใจได้ไปเจอมุมต่างๆ เมื่อก่อนผมเคยบอกครูแอ๊กติ้งคนแรกของผมคือครูบิว (อรพรรณ) ว่า “ผมร้องไห้ไม่ได้หรอก” แล้วดูทุกวันนี้สิเละเทะ (หัวเราะ) คือเหมือนเขาพาผมไปเจออีกด้านหนึ่งที่มันก็ตัวเราเหมือนกัน จนรู้สึกว่าอาชีพนี้ในการรับรู้ของผมมันพิเศษ ผมไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเองตลอดเวลา แต่ผมสามารถสร้างพื้นที่ส่วนตัวไว้ได้ ว่าตัวเราจริงๆ เป็นแบบนี้ แต่พอเป็นการทำงานก็เลือกสิว่าอยากใช้ตัวเองเล่นหรืออยากปั้นเขาขึ้นมาใหม่ แล้วเอาตัวเราเข้าไปสวม ผมเลยรู้สึกว่ามันสนุกดี” ฟีดแบ็กที่ได้รับในเรื่องแรกค่อนข้างมีแต่เสียงชื่นชม?
รายละเอียดเพิ่มเติม
ต่อ – “ตอนนั้นไม่คาดคิด ผมพูดจริงๆ นะว่าถ้าผมไม่ได้เห็นฟีดแบ็ก ผมก็คงไม่มีความหวังที่จะรู้สึกว่ามันจริงจังได้ แน่นอนเราทำเต็มที่ แต่มันไม่มีใครรู้ผล แล้ววันที่ผลมันออกมามันยิ่งกว่าคำว่าคอนเฟิร์มว่ามากพอถ้าแบบเวลามันสำเร็จ ผมต้องขอบคุณแฟนๆ ตั้งแต่ Day 1 เลยที่มันเกิดขึ้น มันเป็นแรงขับให้ผมรู้สึกว่าเราอยากโตขึ้น และอยากให้คนที่ดูงานเราเวลาเขาพูดกับใครแล้วมันต้องภูมิใจครับ” หลังจากนั้นผลงานก็ค่อยๆ ถูกยอมรับมาเรื่อยๆ สร้างความกดดันให้ตัวเราบ้างไหม?
ต่อ – “ไม่เลยครับ เพราะผมไม่ได้เป็นนักแสดงที่รู้สึกว่าตัวเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



