ข้ามไปยังเนื้อหา

นักวิชาการ ห่วงให้อำนาจ ร.ร.กำหนดทรงผม หวั่นเสียงนร.ถูกมองข้าม

อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 17:52อ่าน 3 นาที

นักวิชาการ ห่วงให้อำนาจ ร.ร.กำหนดทรงผม หวั่นเสียงนร.ถูกมองข้าม
แชร์ข่าวนี้

นักวิชาการ ห่วงให้อำนาจ ร.ร.กำหนดทรงผม หวั่นเสียงนร.ถูกมองข้าม เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า กรณีให้อำนาจสถานศึกษา

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

และคณะกรรมการสถานศึกษา เป็นผู้กำหนดระเบียบเกี่ยวกับทรงผมของนักเรียน โดยเน้นย้ำการรับฟังเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ ทั้งครู ผู้ปกครอง และนักเรียน เป็นสิ่งที่ดี

แต่ในทางปฏิบัติต้องระมัดระวังอย่างรอบคอบ เพราะการกำหนดกฎระเบียบภายในสถานศึกษาควรเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม

รายละเอียดเพิ่มเติม

โดยเฉพาะนักเรียนซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากระเบียบเรื่องทรงผม อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จำเป็นต้องวางกลไกกำกับและติดตามอย่างรอบคอบ

เพราะโครงสร้างอำนาจภายในโรงเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ยังคงมีวัฒนธรรมองค์กรและชุดความคิดแบบเดิมที่มองว่าเด็กต้องเรียบร้อย ผมต้องสั้น ต้องอยู่ในกรอบ นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า

สิ่งที่น่ากังวลคือ แม้จะมีการกำหนดให้รับฟังเสียงของนักเรียน แต่หากโครงสร้างอำนาจในการตัดสินใจยังอยู่ที่ผู้บริหาร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาเป็นหลัก

สถานการณ์ล่าสุด

การรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนอาจกลายเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะสุดท้ายเสียงของนักเรียนอาจไม่ได้ถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจจริง มีข้อกังวลสำคัญ 3 ประการ ประการแรก คือ

โครงสร้างความคิดของครู คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้บริหาร ที่เชื่อมโยงเรื่องความเรียบร้อยของนักเรียนเข้ากับการไว้ผมสั้นมา

แม้ปัจจุบันสังคมจะเปลี่ยนไปและให้ความสำคัญกับสิทธิเด็กและสิทธิในร่างกายมากขึ้น แต่ชุดความคิดเดิมยังคงมีอิทธิพลอยู่ในโรงเรียนหลายแห่ง หากไม่มีหลักเกณฑ์หรือกลไกค้ำประกันที่ชัดเจน

มุมมองและผลกระทบ

เสียงของนักเรียนก็มีโอกาสถูกมองข้าม ประการที่สอง คือ ปัญหาการลงโทษด้วยการตัดผม ซึ่งเป็นประเด็นที่สะท้อนระบบอำนาจนิยมในโรงเรียนอย่างชัดเจน จึงอยากตั้งคำถามไปยัง ศธ.ว่า

หากโรงเรียนบางแห่งยังคงใช้วิธีการตัดผมนักเรียนเป็นการลงโทษ หรือใช้มาตรการที่กระทบต่อสิทธิในร่างกายของนักเรียน ผู้บริหารและครูผู้ดำเนินการจะมีความผิดหรือไม่ และหากมีความผิด

จะมีมาตรการหรือบทลงโทษอย่างไร เพราะการตัดผมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากนักเรียน ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องของระเบียบวินัย แต่ต้องพิจารณาถึงสิทธิเด็กด้วย และประการที่สาม คือ

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

การขาดดุลอำนาจในการตัดสินใจภายในสถานศึกษา ควรยกระดับบทบาทของสภานักเรียน ให้มีสิทธิและเสียงในการพิจารณากฎระเบียบของสถานศึกษา

เพื่อให้เกิดการคานอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและคณะกรรมการสถานศึกษา ไม่ใช่ปล่อยให้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับเสียงของผู้ใหญ่เพียงฝ่ายเดียว เพราะในโครงสร้างปัจจุบัน

ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการสถานศึกษามักมีอำนาจและเสียงส่วนใหญ่ ทำให้นักเรียนอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบตั้งแต่ต้น “การให้สภานักเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบ

ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการให้สิทธิเด็กในการเลือกทรงผมเท่านั้น แต่เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ประชาธิปไตย เป็นการฝึกฝนหน้าที่ ความรับผิดชอบ และความเป็น…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · นักวิชาการ ห่วงให้อำนาจ ร.ร.กำหนดทรงผม หวั่นเสียงนร.ถูกมองข้าม
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง