อ.มอ.ปัตตานี หนุนเสรีภาพทางความคิด ขอให้เชื่อมั่น นศ. เห็นด้วยทบทวนเรื่องชั่วโมงกิจกรรม
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 07:53อ่าน 3 นาที

อ.มอ.ปัตตานี หนุนเสรีภาพทางความคิด ขอให้เชื่อมั่น นศ. เห็นด้วยทบทวนเรื่องชั่วโมงกิจกรรม วันที่ 19 สิงหาคม เอกรินทร์ ต่วนศริ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ประเด็นสำคัญ
โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Ekkarin Tuansiri ระบุว่า ในฐานะอาจารย์ผู้รับผิดชอบร่วมรายวิชา สัมมนาประเด็นทางด้านรัฐศาสตร์ ซึ่งในปีการศึกษานี้มีนักศึกษาเรียนร่วมกัน 3 กลุ่ม
ผมเห็นว่าคำยืนยันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ที่ว่า “เสรีภาพทางความคิดเป็นสิ่งที่จำกัดไม่ได้” เป็นหลักการที่ควรรับไว้เป็นจุดตั้งต้นของเรื่องทั้งหมด
รายละเอียดเพิ่มเติม
มากกว่าจะเป็นเพียงถ้อยคำเพื่อคลี่คลายสถานการณ์เฉพาะหน้า เพราะหากเรายอมรับจริงว่ามหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ของเสรีภาพ สิ่งที่ต้องยอมรับตามมาก็คือ นักศึกษาย่อมมีสิทธิที่จะฟังหรือไม่ฟัง
เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ตั้งคำถาม โต้แย้ง และท้ายที่สุดตัดสินด้วยสติปัญญาของตนเอง ภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยคือทำให้นักศึกษามีความสามารถพอที่จะเผชิญกับความคิดที่หลากหลาย
โดยไม่ต้องยืมวิจารณญาณจากใคร รายวิชาสัมมนาที่ผมรับผิดชอบก็ยึดหลักนี้ นักศึกษาเป็นผู้เลือกประเด็น ศึกษาข้อมูล ออกแบบเวที เชิญวิทยากร และเตรียมคำถาม ส่วนอาจารย์มีหน้าที่ให้คำปรึกษา
สถานการณ์ล่าสุด
ชวนคิด และช่วยเปิดมุมมอง ไม่ใช่บอกว่าใครควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ เพราะฉะนั้น หากนักศึกษารัฐศาสตร์เรียนมาถึงชั้นปีที่ 4 แล้ว
เพียงการฟังวิทยากรไม่กี่ชั่วโมงก็ทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการคิดด้วยตนเองได้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเราเชิญใครมาพูด แต่คือ เราเชื่อในวิจารณญาณของนักศึกษาจริงหรือไม่
ว่าพวกเขาสามารถคิดเอง เชื่อเอง และเมื่อมีเหตุผลเพียงพอ ก็เปลี่ยนความเชื่อของตนเองได้ ข้อวิจารณ์เรื่องความหลากหลายของวิทยากรย่อมรับฟังได้
มุมมองและผลกระทบ
และผู้จัดกิจกรรมทางวิชาการก็ควรพร้อมรับฟังอยู่เสมอ แต่ความเป็นกลางทางวิชาการไม่ควรถูกทำให้แคบลงเหลือเพียงการนับจำนวนพรรคการเมืองหรือจำนวนเก้าอี้บนเวที
มหาวิทยาลัยไม่ใช่พื้นที่จัดสรรเวลาเลือกตั้ง ความเป็นกลางที่สำคัญกว่านั้นคือ ไม่ว่าใครจะขึ้นมาพูด เขาต้องถูกตั้งคำถาม ตรวจสอบ และโต้แย้งได้ด้วยมาตรฐานเดียวกัน
ผมคิดว่าเรายังต้องระวังอีกอย่างหนึ่ง คืออย่าเอาวิธีคิดแบบที่เราคุ้นชินในโลกของการเมืองและระบบราชการมาใช้กับมหาวิทยาลัย ในสังคมไทยเราเห็นกันมานานว่าการระดมคนเข้าร่วมงาน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การพาคนมานั่งฟัง หรือการใช้จำนวนผู้เข้าร่วมเป็นภาพแทนของ “การสนับสนุน” เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่หากนำตรรกะเช่นนี้มาใช้กับนักศึกษา ก็เป็นความคลาดเคลื่อนอย่างสำคัญ
นักศึกษาไม่ใช่มวลชนที่ใครจะนำไปนับรวมเป็นฐานสนับสนุนทางการเมือง เพียงเพราะเขาเดินเข้าไปนั่งในห้องประชุม การฟังไม่เท่ากับการเชื่อ การเข้าร่วมไม่เท่ากับการสนับสนุน
และการปรากฏตัวในพื้นที่เดียวกับวิทยากรก็ไม่ได้ทำให้ใครสูญเสียความเป็นเจ้าของความคิดของตนเอง ยิ่งในโลกปัจจุบัน นักศึกษาไม่ได้เป็นผู้รับสารที่นั่งเงียบอยู่ท้ายห้อง พวกเขามีโทรศัพท์
มี social media มีพื้นที่ของตนเองที่จะตรวจสอบข้อมูล โต้แย้งคำพูดของวิ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



