ทำไมวิกฤตไฟป่าในยุโรป มีแนวโน้มรุนแรงและรับมือได้ยากกว่าปีที่ผ่านๆ มา
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:53อ่าน 3 นาที

วันนี้ (28 กรกฎาคม) สถานการณ์ไฟป่าในยุโรป โดยเฉพาะใน ฝรั่งเศส และสเปน กำลังเผชิญกับวิกฤตที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี พื้นที่ป่าในสเปนถูกทำลายไปแล้วกว่า 150,000 เฮกตาร์ (ราว
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
937,500 ไร่) และ 115,000 เฮกตาร์ (ราว 718,750 ไร่) ในฝรั่งเศส ทำให้ประชาชนหลายแสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ สาเหตุที่ทำให้วิกฤตไฟป่าในยุโรปมีแนวโน้มรุนแรงและรับมือได้ยากกว่าปีที่ผ่านๆ
มา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคลื่นความร้อนที่รุนแรง ยุโรปเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องหลายระลอก ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 40-42 องศาเซลเซียส ผสมผสานกับความชื้นที่ต่ำและลมแห้ง ทำให้ความเสี่ยงของไฟป่าพุ่งสู่ระดับ ‘รุนแรงที่สุด’ ริก แม็กเคร อาจารย์พิเศษจากกลุ่มวิจัยไฟป่า
มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW) ให้ความเห็นกับ The Guardian ว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของอุณหภูมิที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่คือ ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบเต็มขั้น’
(Full-on Climate Change) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในชั้นบรรยากาศและสภาพอากาศที่พื้นผิวโลก ทำให้ไฟป่าทวีความรุนแรงขึ้น ริก แม็กเคร ยังได้อธิบายถึงความอันตรายของการก่อตัวของ
สถานการณ์ล่าสุด
‘เมฆพายุไฟ’ (Pyrocumulonimbus หรือ PyroCb) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พายุฝนฟ้าคะนองได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์ภายในกลุ่มควันไฟ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศอย่างมหาศาล โดยเขาย้ำว่า
การเกิดเมฆชนิดนี้เป็นการยืนยันว่า ไฟป่าอยู่ในระดับที่อันตรายอย่างยิ่งและเป็นเหตุผลที่สมควรต้องอพยพผู้คน แม็กเครยังสังเกตอีกว่า
นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศสต้องเผชิญและรับมือกับปรากฏการณ์เมฆพายุไฟนี้ การสะสมของ ‘เชื้อเพลิง’ จากความผันผวนของสภาพอากาศ ฤดูหนาวที่ผ่านมามีฝนตกชุกและเปียกชื้นผิดปกติ
มุมมองและผลกระทบ
ทำให้พืชพรรณต่างๆ เจริญเติบโตจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นกลับมีปริมาณน้ำฝนที่ต่ำมากตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นมา ภัยแล้งได้เปลี่ยนพืชพรรณเหล่านี้ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี เบรนดัน วูด
จากหน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา MetDesk อธิบายกับ The Guardian ถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิกฤตไฟป่าครั้งนี้ลุกลามอย่างรวดเร็วว่า
เกิดจากฝนที่ตกชุกผิดปกติในฤดูหนาวซึ่งทำให้มีพืชพรรณเติบโตจำนวนมาก และเมื่อเจอกับภัยแล้งที่ตามมาตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ พืชพรรณเหล่านี้จึงกลายเป็น ‘เชื้อเพลิงชั้นดี’ (Fine Fuels)
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ที่ติดไฟได้ง่าย นอกจากนี้ ความแห้งแล้งที่ยาวนานยังทำให้เชื้อเพลิงขนาดใหญ่ เช่น พุ่มไม้และรากไม้ นั้นแห้งสนิท ซึ่งจะเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า กินเวลานานกว่า
และสามารถสร้างเถ้าถ่านที่ปลิวไปไกลกว่าเดิม จากปัจจัยความรุนแรงเหล่านี้ มีส่วนทำให้ทรัพยากรในการดับเพลิงของสหภาพยุโรปกำลังเผชิญกับความตึงเครียดอย่างหนัก โดย ฮัดจา ลาห์บิบ
กรรมาธิการสหภาพยุโรปได้ออกมาเตือนว่า สภาพอากาศสุดขั้วกำลังคืบคลานและขยายวงกว้างไปยังฮังการี สโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก และโปรตุเกส ยิ่งไปกว่าน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



