ผู้ว่าฯสั่งรุกขกร ตรวจสอบต้นไม้ใหญ่ โบราณสถานทุกแห่งในอยุธยา หลัง ‘หางนกยูง’ ล้มทับนทท. ขาหัก
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 15:21อ่าน 2 นาที

ผู้ว่าฯอยุธยา สั่งรุกขกรตรวจสอบต้นไม้ใหญ่ ในโบราณสถานทุกแห่งทั้งจังหวัด หลัง ‘หางนกยูง’ ล้มทับ 4 นทท. ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ จนขาหัก
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
จากกรณีต้นหางนกยูงขนาดใหญ่หักโค่นลงมาทับนักท่องเที่ยวชาวสเปน 4 ราย ภายในโบราณสถานวัดพระศรีสรรเพชญ์ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้น นักท่องเที่ยววัย 55 เพศชาย
ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงด้านขวาหัก ขาซ้ายหัก 2 ท่อน นำตัวส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาแล้วนั้น เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายกิติศักดิ์ มาทอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
หลังได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับ จึงรีบเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือ เมื่อไปถึงพบกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวสเปนนอนอยู่กับพื้น โดยมีต้นไม้และกิ่งไม้ล้มทับ
เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันเคลียร์กิ่งไม้และต้นไม้ออกจากตัวผู้บาดเจ็บ ก่อนนำส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นพบว่าบริเวณโคนต้นไม้มีลักษณะเป็นโพรงและมีร่องรอยการหัก ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีฝนตกหรือลมแรง
เจ้าหน้าที่จึงคาดว่าต้นไม้อาจมีอายุมากและเกิดการผุหรือเป็นโพรงบริเวณโคน ทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักได้และหักโค่นลงมา อย่างไรก็ตาม
สถานการณ์ล่าสุด
ยังต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ต้นไม้ล้มทับนทท. ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยา เจ็บหลายราย จนท.รุดช่วย หลังเกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่เร่งใช้เลื่อยยนต์ตัดกิ่งไม้และเคลื่อนย้ายต้นไม้ที่หักโค่นออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ขณะที่พนักงานสอบสวนและตำรวจท่องเที่ยวเดินทางเข้าดูแลอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวแล้ว ต่อมา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล
มุมมองและผลกระทบ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางไปยังโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมและติดตามอาการผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรวจสอบร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว เข้าดูแลประสานงานอย่างใกล้ชิด
พร้อมสั่งการให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำนวยความสะดวกและให้การดูแลรักษาผู้บาดเจ็บทุกคนอย่างเต็มที่และดีที่สุด นอกจากนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ได้ประสานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เร่งนำทีม “รุกขกร”
ลงพื้นที่ตรวจวัดความแข็งแรงของต้นไม้ใหญ่ภายในพื้นที่โบราณสถานทุกแห่งทั่ว จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



