เท้ง ชง อนุทิน แก้มลพิษน้ำข้ามพรมแดน ก่อนพบ มิน อ่อง หล่าย
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 08:10อ่าน 3 นาที

เท้ง ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง อนุทิน ก่อนพบ มิน อ่อง หล่าย แนะมอบ รมต.กต. เป็นผู้รับผิดชอบหลัก บอกจะติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายณัฐพงษ์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ต้นเดือนสิงหาคมนี้ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
จะพบปะกับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่ถูกระบุว่าเป็นที่ตั้งของเหมืองแร่ทองคำที่ปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง
รายละเอียดเพิ่มเติม
แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี ทำให้คนไทยที่อยู่ปลายน้ำได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก นายณัฐพงษ์ ระบุต่อว่า แม้การพบกันครั้งนี้ไม่ทันท่วงทีต่อความเดือดร้อนของประชาชน
แต่มีความสำคัญในฐานะหมุดหมายของการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนที่นับถึงวันนี้เรื้อรังเข้าสู่ปีที่ 2 ซึ่งตนเห็นว่ามีอย่างน้อย 5 ข้อที่เราควรคาดหวังจากการหารือของ 2 ผู้นำ คือ
1.การรับทราบข้อมูลมลพิษในแหล่งน้ำระหว่างประเทศทุกสายร่วมกัน โดยทางการเมียนมาต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ปัญหาและสาเหตุของปัญหามลพิษดังกล่าวอย่างชัดเจน
สถานการณ์ล่าสุด
2.การยกระดับกลไกการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบและติดตามสถานการณ์มลพิษร่วมกันอย่างโปร่งใส รวมถึงกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
เพราะที่ผ่านมาคณะทำงานระหว่างไทยกับเมียนมายังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด เพราะขาดกลไกในการเก็บข้อมูลและทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง
3.การกำหนดขอบเขตพิกัดของพื้นที่การทำเหมืองแร่ ที่มีความเสี่ยงในการทำให้เกิดมลพิษทางน้ำของแม่น้ำทุกแหล่ง เพื่อวางแผนในการดำเนินการควบคุมกำกับการทำเหมืองแร่
มุมมองและผลกระทบ
และปรับปรุงให้คุณภาพของแหล่งน้ำดีขึ้น ตามกลไกในข้อ 2 4.ฝ่ายไทยควรแจ้งมาตรการตามกฎหมายแร่ และมาตรการทางศุลกากร ที่จะนำมาใช้ในการควบคุมและจำกัดการนำเข้าแร่จากทางเมียนมา
หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษจากพื้นที่ตามข้อ 3 อย่างจริงจัง และ 5.การตกลงร่วมกันในการยกระดับการแก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษทางน้ำข้ามแดน ในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในระดับอาเซียน
และในคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง และกลไกคณะกรรมการล้านช้างแม่โขง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
“พรรคประชาชนหวังว่าการพบกันของผู้นำทั้งสองประเทศครั้งนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนอย่างเร่งด่วนและจริงจังทั้ง 5
ข้อข้างต้นเป็นผลลัพธ์ขั้นต่ำที่ประชาชนสมควรคาดหวังได้ โดยรัฐบาลควรมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
และพรรคประชาชนจะติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาทุกไตรมาส” นายณัฐพงษ์ ระบุ นายณัฐพงษ์ ระบุต่อว่า ส่วนการดำเนินการอื่นๆ เพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมานั้น พรรคประชาชนหวังว่า
นายกรัฐมนตรีจะกำชับแนวทางและกลไกการทำงานตามพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยกับเมียนมา เพื่อป้องกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสแ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



