ข้ามไปยังเนื้อหา

แรงงานยุคใหม่อาจไม่ใช่มนุษย์: เมื่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เริ่มเข้าสู่สายการผลิต

อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 09:47อ่าน 3 นาที

แรงงานยุคใหม่อาจไม่ใช่มนุษย์: เมื่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เริ่มเข้าสู่สายการผลิต
แชร์ข่าวนี้

ตลอดสองสามปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึง “AI เข้ามาแทนที่แรงงาน” ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือซอฟต์แวร์ แชตบอต หรือโมเดลภาษาที่ช่วยเขียนอีเมล์และวิเคราะห์ข้อมูล แต่ในปี 2026

ประเด็นสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงกำลังก้าวข้ามจากโลกดิจิทัลไปสู่โลกกายภาพเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ หุ่นยนต์ หรือฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ เดินได้ หยิบจับได้

และทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับคนทำงานจริง กำลังเริ่มเข้าไปยืนอยู่บนสายการผลิตจริง ไม่ใช่เพียงในวิดีโอสาธิตอีกต่อไป ตลาดที่โตเร็วกว่าที่นักวิเคราะห์เคยคาด

รายละเอียดเพิ่มเติม

มูลค่าตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 4,890 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และมีการประเมินว่าจะขยับขึ้นเป็นราว 6,240 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ขณะที่ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ทั่วโลกในปี 2025

อยู่ที่ประมาณ 16,000-18,000 ตัว เติบโตกว่า 508% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยผู้ผลิตจากจีนครองสัดส่วนกว่า 90% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด ที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลขปัจจุบัน

คือมุมมองระยะยาว Goldman Sachs ปรับประมาณการมูลค่าตลาดในปี 2035 ขึ้นถึง 6 เท่าจากที่เคยคาดไว้ เป็นระดับ 38,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Morgan Stanley มองไปไกลถึงปี 2050

สถานการณ์ล่าสุด

ว่าอุตสาหกรรมนี้ทั้งระบบอาจมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ หากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลายเป็นสินค้าที่ผลิตได้ในระดับหลักพันล้านตัวทั่วโลก

สิ่งที่ทำให้รอบนี้ต่างจากกระแสหุ่นยนต์ในอดีตคือเรื่องราคา หุ่นยนต์รุ่นเริ่มต้นอย่าง Unitree R1 มีราคาราว 5,900 ดอลลาร์ หรือประมาณสองแสนบาท ซึ่งต่ำกว่าค่าจ้างแรงงานรายปีในหลายประเทศ

ขณะที่ Tesla ตั้งเป้าราคา Optimus ไว้ที่ 20,000-30,000 ดอลลาร์ เทียบกับ Atlas ของ Boston Dynamics ที่ยังอยู่ในระดับ 150,000-320,000 ดอลลาร์ ช่องว่างด้านราคาที่ถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ

มุมมองและผลกระทบ

นี้ กำลังเปิดทางให้ธุรกิจขนาดกลาง ไม่ใช่แค่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เริ่มพิจารณาการลงทุนในหุ่นยนต์เป็นทางเลือกแทนแรงงานคนในงานที่ซ้ำซากหรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

แม้จำนวนหุ่นยนต์ที่ “ทำงานจริง” อย่างต่อเนื่องในเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่แค่ทดลองหรือเก็บข้อมูลฝึกโมเดล ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 3,000-4,000 ตัวทั่วโลก

แต่ตัวเลขที่มีอยู่ก็เริ่มเห็นภาพที่จับต้องได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Figure AI ที่ร่วมงานกับ BMW ให้หุ่นยนต์ทำงานสะสมกว่า 1,250 ชั่วโมง หยิบจับชิ้นส่วนกว่า 90,000 ชิ้น

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

และมีส่วนร่วมในการผลิตรถยนต์กว่า 30,000 คัน ขณะที่ Agility Robotics ช่วยขนย้ายพัสดุกว่า 100,000 ถาดที่ศูนย์กระจายสินค้าของ GXO Logistics ส่วน Hyundai ก็ตั้งเป้าสั่งซื้อหุ่นยนต์จาก

Boston Dynamics ปีละ 30,000 ตัวภายในปี 2028 เม็ดเงินลงทุนก็ไหลเข้าอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง เงินทุนสะสมจากกลุ่มทุน Venture Capital ทั่วโลกแตะระดับ 9,800 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025

และเพิ่มขึ้นอีก 2,370 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพียงไตรมาสเดียว คิดเป็นการเติบโตกว่า 288% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันเริ่มมองอุ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · แรงงานยุคใหม่อาจไม่ใช่มนุษย์: เมื่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เริ่มเข้าสู่สายการผลิต
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง