‘ศุภชัย’ แจกแจงหน้าที่ กกต. ในคดีฮั้วสว.
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:48อ่าน 3 นาที

28 กรกฎาคม 2569 – เมื่อวานนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.โดยยืนยันว่า ขณะนี้ กกต.
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียดรอบคอบ และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 นี้ ต่อมานายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ
พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความว่า วันนี้มีข่าวประชาสัมพันธ์ กกต.ที่น่าสนใจและควรทำความเข้าใจให้กระจ่าง โดยเฉพาะตามข่าวย่อหน้าที่สองและย่อหน้าที่สาม จะไม่ได้ออกความเห็นพลาดผิดไป
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตามกฎหมาย พนักงานไต่สวนของ กกต. เป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริง หน้าที่หลักคือ * รับคำร้อง * รวบรวมพยานหลักฐาน * สอบปากคำพยาน * วิเคราะห์ข้อเท็จจริง * จัดทำสำนวนพร้อมความเห็นเสนอ
กกต. พนักงานไต่สวนไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้ใดผิด ความเห็นของพนักงานไต่สวนเป็นเพียงข้อเสนอ ผู้มีอำนาจวินิจฉัยคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถามว่า กกต.
ผูกพันตามความเห็นของพนักงานไต่สวนหรือไม่ คำตอบคือไม่ผูกพัน กกต. สามารถ * เห็นชอบกับความเห็น * ไม่เห็นชอบ * สั่งไต่สวนเพิ่มเติม * แต่งตั้งคณะไต่สวนใหม่ * ยุติเรื่อง
สถานการณ์ล่าสุด
หากเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ถ้าคดีเป็นคดีอาญา ในความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายฐาน เช่น * ซื้อเสียง * ทุจริตเลือกตั้ง * ให้ทรัพย์สินเพื่อจูงใจผู้สมัครหรือผู้เลือก หาก กกต.
เห็นว่ามีมูล ก็สามารถ * ส่งฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ หรือ * ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในบางกรณีต้องประสานกับพนักงานอัยการ ประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจ มีข้อถกเถียงว่า หาก
พนักงานไต่สวนของ กกต. เห็นว่าคดีไม่มีมูล แต่ กกต. เห็นต่าง จะสามารถสั่งดำเนินคดีได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ เพราะพนักงานไต่สวนเป็นเพียงผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและเสนอความเห็น ส่วน
มุมมองและผลกระทบ
อำนาจชี้ขาดเป็นของคณะกรรมการ กกต. ซึ่งอาจสั่งไต่สวนเพิ่มเติมหรือมีมติแตกต่างจากความเห็นของพนักงานไต่สวนได้ หากเห็นว่าพยานหลักฐานรองรับการวินิจฉัยนั้น
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจบทบาทของ กกต. ในคดีที่เป็นที่สนใจของสาธารณะ เช่น คดีฮั้ว สว. และช่วยแยกให้ชัดเจนระหว่าง “ผู้ไต่สวน” กับ “ผู้มีอำนาจวินิจฉัย” ตามกฎหมาย
คณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นกว่าจะได้รับตำแหน่งต้องผ่านด่านแรกซึ่งสำคัญมากคือผู้สมัครจะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการสรรหา กกต. ซึ่งประกอบด้วยบุคคลจากหลายองค์กร ได้แก่ *
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ประธานศาลฎีกา (ประธาน) * ประธานสภาผู้แทนราษฎร * ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร * ประธานศาลปกครองสูงสุด * ผู้แทนจากองค์กรอิสระตามที่กฎหมายกำหนด คณะกรรมการสรรหาจะตรวจสอบคุณสมบัติ
ความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และคัดเลือกผู้ที่เห็นว่าสมควรดำรงตำแหน่ง จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา
หลายวันที่ผ่านมามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนกล่าวหาข่มขู่คณะกรรมการการเลือกตั้ง น่าคิดว่าการกล่าวเช่นนั้นเป็นการผิดจริยธรรมของผู้ดำรงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ The post
‘ศุภชัย’ แจกแจงหน้าที…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



