รมช.มท.ลุยปราบนอมินี ขึงขังไล่‘กุ๊ย’พ้นประเทศ
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

"วรศิษฎ์" เผยทลายเครือข่ายนอมินีในภูเก็ต พบผู้กระทำผิด 16 ราย คนไทย 10 ต่างชาติ 6 หลังเปิด 6 ธุรกิจแข่งคนไทย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ-รถเช่า-ร้านอาหาร ผงะพบ 361
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
บริษัทฮุบที่ดินผิดกฎหมาย เร่งสะสางคำขอใบอนุญาตโรงแรม-รีสอร์ตที่ค้างกว่า 6 ปี ประมาณ 500 คำขอ เหลือ 117 คำขอ ด้าน "พลพีร์" เผยพบกว่าร้อยบริษัทในภูเก็ตเกี่ยวข้องโครงข่ายนอมินี
มีรายได้กว่า 5 พันล้าน เป็นอิสราเอลถือสัญชาติไทย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
กล่าวถึงปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เฟส 4 ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคมว่า เมื่อวานนี้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะ
ได้ดำเนินการตรวจสอบและพบผู้กระทำความผิดในลักษณะนอมินีจำนวน 16 ราย เป็นคนไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 6 ราย ประกอบด้วย ชาวแคนาดา 2 ราย, ชาวรัสเซีย 3 ราย และชาวคาซัคสถาน 1 ราย
เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ได้แก่ ธุรกิจรถเช่า รถยนต์และรถจักรยานยนต์ คาร์แคร์ โรงเรียนนานาชาติ ร้านอาหาร บริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันด้านไอที
สถานการณ์ล่าสุด
จำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และร้านขายยาแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นายวรศิษฎ์กล่าวต่อว่า ขอยืนยันกับประชาชนว่า
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความจริงใจในการจัดการเครือข่ายนอมินีต่างชาติ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคนไทย
แม้รัฐบาลยินดีให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่หากกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงเข้ามาข่มขู่และสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทย ก็ไม่อาจยอมรับได้ เช่น กรณีในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย
มุมมองและผลกระทบ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีชาวต่างชาติเข้ามาข่มขู่เอาชีวิตผู้ประกอบการชาวไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลยอมไม่ได้
นายวรศิษฎ์ยังกล่าวถึงกรณีชาวต่างชาติเข้าถือครองที่ดินโดยฝ่าฝืนประมวลกฎหมายที่ดินว่า ปัจจุบันพบบริษัทที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 361 บริษัท โดยแจ้งความแล้ว 149 คดี ส่งฟ้องศาล 4 คดี
และศาลมีคำสั่งปรับแล้ว 4 คดี รมช.มหาดไทยยังกล่าวว่า หากมีอิทธิพลก็ต้องเจอกัน นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ชัดเจนว่าไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย อย่างการจัดระเบียบพื้นที่หาดบางเทาที่มีการรุกพื้นที่ศาล ก็มีคำพิพากษาตัดสินแล้ว และในส่วนอื่นก็ยังคงดำเนินการต่อ
ซึ่งทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตามกรอบกฎหมาย ส่วนเสียงผู้ประกอบการที่เคยออกมาคัดค้านก่อนหน้านี้ นายวรศิษฎ์มองว่า เป็นเสียงสะท้อนทิศทางบวก
เพราะรัฐบาลพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้มาเพื่อสร้างภาพ หรือมาทำอะไรที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ อย่างเรื่องใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ค้างมากกว่า 7 ปี ที่ค้างอยู่ประมาณ 400 ถึง 500 คำขอ
ตอนนี้ก็เหลือประมาณ 117 คำขอ ส่วนผู้ที่ต้องการและมีความตั้งใจจะขอใบอนุญาต จะดำเนินการรวบรวมข้อมูลและสำรวจอุปสรรคว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง สิ่งใดที่ร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



