เปิดตำรา ฆาตกรต่อเนื่อง เจาะเคส ไอ้ป๋อง ถึง แอม ไซยาไนด์ ‘ปืน-ยาพิษ’ แต่จบที่ความตาย
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 17:24อ่าน 3 นาที

เปิดตำรา ฆาตกรต่อเนื่อง เจาะเคส ‘ไอ้ป๋อง’ ถึง แอม ไซยาไนด์ ‘ปืน-ยาพิษ’ แต่จบที่ความตาย ห้วงสัปดาห์ ที่ผ่ามมา เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กรณีการจับกุมแก๊ง
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
“ป๋อง-ธง” พร้อมพวก ที่ก่อเหตุฆ่าฝังดิน 2 พี่น้องชาวรัสเซีย บริเวณเขาชีจรรย์ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกตำรวจสืบสวนภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว
รวบตัวได้พร้อมอาวุธปืน การขยายผลคดีนี้น่ากลัวยิ่งขึ้น เมื่อผู้ต้องหารับสารภาพเพิ่มเติม ถึงคดีค้างเก่าช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยแอบอ้างเป็นตำรวจเข้าไปอุ้มฆ่ายกครัว 3 ศพ (พ่อ
รายละเอียดเพิ่มเติม
แม่ และลูกสาว) ไปฝังดินในสวนมะพร้าวใกล้เคียงกันเพื่อทวงหนี้ ก่อนสังหารอย่างไร้ความเมตตา คำว่า “ฆาตกรต่อเนื่อง” กลายเป็นประเด็นหยิบหยกนำมาพูดถึงอีกครั้ง คำว่า “ฆาตกรต่อเนื่อง” หรือ
อาชญากร ใจเหี้ยมโหด คนส่วนใหญ่มักฉายภาพจำดั้งเดิมขึ้นมารวมกันโดยอัตโนมัติ นั่นก็คือ ชายฉกรรจ์ นัยน์ตาดุดัน อารมณ์คลั่งร้าย ที่ถืออาวุธไล่ต้อนเหยื่ออย่างป่าเถื่อนในซอยเปลี่ยว
ดังโศกนาฏกรรมล่าสุดที่กำลังกระตุกขวัญคนไทยทั้งประเทศ พฤติกรรมของนายป๋องและพวก ซึ่งเพิ่งพ้นโทษมาได้เพียง 2 เดือน ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของ “ฆาตกรชาย” ที่ใช้กำลัง อาวุธปืน ความเด็ดขาด
สถานการณ์ล่าสุด
และความรุนแรงในการเข้าจู่โจมเหยื่อที่ไม่ทันตั้งตัว เพื่อผลประโยชน์และการตอบสนองพฤติกรรมกร้าวร้าว ในมิติทาง อาชญาวิทยา อาชญากรที่น่ากลัวและซับซ้อนที่สุด
อาจไม่ได้มาในรูปของชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืน หากแต่ปรากฏกายในฐานะ “เพื่อนสนิท หรือผู้ดูแลที่แสนดี” ดังเช่นคดีสะเทือนขวัญ ของ “แอม ไซยาไนด์” กรณีล่าสุด 4 สิงหาคม
ศาลอาญาศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ 6 คดีของ สรารัตน์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” ถูกอัยการยื่นฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.จันทร์จิรา หรือ “ทราย”
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อนสนิทที่เสียชีวิตภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านทองหล่อ ซึ่งโจทก์อ้างมูลเหตุจูงใจว่าเป็นการฆ่าเพื่อล้มล้างหนี้สินจากการเล่นแชร์และการกู้ยืมเงิน
เนื่องจากจำเลยติดพนันออนไลน์เสียเงินกว่า 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ศาลอาญา ได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีนี้ โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า แ ม้จำเลยและผู้ตายจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
และมีประเด็นเรื่องหนี้สิน แต่ผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ระบุเพียงว่าผู้ตายเสียชีวิตจากระบบหัวใจล้มเหลวหรือโรคประจำตัว โดย “ไม่ยืนยันว่าเสียชีวิตจากการรับสารพิษไซยาไนด์”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
อีกทั้งไม่มีพยานหลักฐานโจทก์เบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ลงมือกระทำ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ภาพประกอบ การเบิกตัว “แอม ไซยาไนด์”
จากทัณฑสถานหญิงกลางมาฟังคำพิพากษา สะท้อนภาพรวมคดีทั้งหมด 15 คดี (ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น 14 คดี และพยายามฆ่า 1 คดี) ซึ่งปัจจุบันศาลพิพากษาประหารชีวิต 1 คดี, จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี
และยกฟ้องไปแล้ว 3 คดี ปรากฏการณ์ดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นถึง “ความยากและซับซ้อน ” ในการพิสูจน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



