‘หมอยง’ ถอดประสบการณ์เล่าการแพทย์ในอดีตกับปัจจุบัน
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 07:18อ่าน 3 นาที

30 ก.ค.2569 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “การแพทย์ในอดีต
ประเด็นสำคัญ
กับปัจจุบัน มุมมองส่วนตัวที่ทำเวชปฏิบัติ” ระบุว่า ผมขอเล่าความหลังเพื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ผมเข้าเรียนแพทย์ใน ต้นปี 2512 ปี Apollo ลงดวงจันทร์ และจบ พ.บ ในปี 2517 ในปี 2518
เป็นอินเทอนร์ 1 ปีที่โรงพยาบาลจุฬา และต่อผู้เชี่ยวชาญทางด้านกุมารเวชศาสตร์ อีก 3 ปี ที่จุฬา หลังจากนั้นก็บรรจุเป็นอาจารย์ภาควิชากุมาร จุฬามาโดยตลอด และได้ไปต่างประเทศอังกฤษ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในช่วงระหว่างปี 2527 ถึง 2528 กลับมาได้เปิดคลินิกเอง ตอนเย็น แต่ก่อนไปอังกฤษ ก็ได้มีโอกาสทำเวชปฏิบัติทั่วไปโดยเน้นทางเด็ก ที่โพลี่คลินิก ทำงานคลินิกตัวเองตอนเย็น ประมาณปี 2529
จนถึง 2540 ก็เลิก เพราะงานค่อนข้างหนักมากกว่าจะกลับถึงบ้านกินข้าว 3-4 ทุ่ม เมื่อเลิกทำ มีเวลาว่างมากขึ้น มีโอกาสทำงานวิชาการได้ดีขึ้นมาก
การทำคลินิกเวชปฏิบัตินอกเวลาราชการก็ยังคงทำอยู่แต่น้อยลงมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจในโรงพยาบาลมากกว่า และยังคงทำอยู่จนถึงปัจจุบัน สถานะทางเศรษฐกิจครอบครัวปัจจุบัน
สถานการณ์ล่าสุด
ถ้าเปรียบเทียบก็สู้ พี่ชาย และพี่ที่เป็นแฝดไม่ได้ ดังนั้นสำหรับลูกหลานถ้าคิดว่าเรียนแพทย์ แล้วจะร่ำรวย ก็ขอให้คิดเสียใหม่ แพทย์เป็นวิชาฤาษี ไม่อด มีบุคคลอยู่ 2 อาชีพ
ที่ได้รับประทานสิ่งของที่ดี คือ พระ และหมอ แต่ที่จริงหมอก็ไม่ใช่ความจริง ควรจะเป็นลูกหมอหรือหลานหมอมากกว่า เพราะหมอเองก็ไม่มีเวลาที่จะกิน จริงไหม
ดังนั้นโดยส่วนตัวจึงไม่ได้ถึงกับเชียร์ให้ลูกหลานมาเรียนแพทย์ ขอให้ไปตามความถนัด อยากจะเล่าว่าชีวิตเริ่มจากศูนย์ เพราะก่อนเข้าเรียนแพทย์ไม่ได้ตั้งใจที่จะเรียนแพทย์ ชอบคณิตศาสตร์
มุมมองและผลกระทบ
วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ และชีวะก็ไปได้ ที่เป็นปัญหามากคือภาษาอังกฤษ เพราะเราเรียนจากต่างจังหวัดเริ่มเรียนภาษาอังกฤษเมื่อป 5 จึงมีปัญหาค่อนข้างมาก ได้เข้าเรียนแพทย์โดยตัดสินใจก่อน
Entrance ประมาณ 3-4 เดือน เพราะพี่ชายที่แสนดี คอยดูแลและส่งเสีย ขอให้เรียนแพทย์ ก็เลยได้เรียนสมใจ ตอนเรียนแพทย์ก็เรียนได้ อยู่ในที่กลางๆ สนใจสิ่งที่อยากจะเรียนรู้มาก
และการเรียนก็มีความสุข ไม่สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้เลย สมัยเรียน เรียนและทำภาคปฏิบัติหนักกว่านักเรียนแพทย์ในปัจจุบันมาก อยู่เวรก็ต้องอยู่กับพี่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ถ้ามีเคสหนักก็อยู่กับพี่จะจนสว่างก็ว่ากัน มีเวรเจาะเลือดตอนเช้า ต้องตื่น 05:00 น มาเจาะเลือดเป็นการฝึกการเจาะเลือดได้อย่างดี ภาคปฏิบัติสามารถทำได้เป็นอย่างดี เพราะมีผู้ป่วยจำนวนมาก
มีแพทย์และนิสิตแพทย์น้อยมาก เพียง 80 คนเท่านั้น เมื่อเป็นแพทย์ประจำบ้านก็อยู่กัน 4 คนปีละประมาณ 4-5 คน ดังนั้น ไม่ว่าจะทำการเจาะคอ ใส่หลอดคอ ให้น้ำเกลือไม่ได้ก็ทำ Cut Down
เปิดหาเส้นเลือดแล้วใช้สายสอดใส่ อุปกรณ์ต่างๆ แตกต่างกับสมัยนี้มาก สมัยนี้ทุกอย่างดีขึ้น ที่ต้องเจาะคอเอง เพราะเมื่อก่อนโรคคอตีบ และบาดทะยัก เป็นจำนวนมาก ปีละประมาณ 40-50 ราย แล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



