นิรโทษกรรมมีผลบังคับใช้
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขประกาศใช้ มีผลจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้ นิรโทษกรรมผู้ชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่ 1 ม.ค.2548 ถึง 16 ก.ค.2568 ยกเว้นคดี “ทุจริต-112-คดีร้ายแรง”
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 โดยมีข้อความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการสร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมืองซึ่งได้กระทําตั้งแต่วันที่
1 ม.ค. พ.ศ.2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค. พ.ศ.2568 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา ทั้งนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีทั้งสิ้น 13 มาตรา
และจะมีผลบังคับใช้ในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า เราคนไทยควรจะสามัคคีกันไว้
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่เกี่ยวกับคนที่จะได้รับการนิรโทษกรรมถึงจะมาสามัคคีกัน เราเป็นคนไทยด้วยกันเอง ศัตรูคนที่ไม่หวังดีกับประเทศมีมากมาย สิ่งที่จะทำให้ชัยชนะเกิดขึ้น และทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ
เกิดความสามัคคีของคนในชาติ เราต้องไม่ว่ากล่าวให้ร้ายพวกกันเอง ไม่พูดอะไรที่บั่นทอน หรือทำให้ขวัญกำลังใจของคนในชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องได้รับผลกระทบ
เราต้องเชียร์เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทหารอาสาสมัครทั้งหลาย ให้มีกำลังใจในการป้องกันประเทศ ป้องกันบ้านของเรา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุว่า
มุมมองและผลกระทบ
ได้รับข่าวดีที่ยิ่งใหญ่ทางการเมืองไทย เมื่อราชกิจจานุเบกษาเล่ม 143 ตอนที่ 50 ก ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ได้เผยแพร่ประกาศ
พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่ 1 ม.ค.2548 ถึง 16
ก.ค.2568 โดยไม่รวมความผิดมาตรา 112 หรือการทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรืออันตรายสาหัส และมาตรา 297 "ในฐานะที่เป็นหนึ่งในบุคคลที่ติดตามและพยายามผลักดันกรณีนี้มากว่า 20 ปีแล้ว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ในฐานะต่างๆ ทั้งการเป็นกรรมาธิการและกรรมการต่างๆ" นายนิกรระบุ นายนิกรกล่าวต่อว่า การดำเนินการและขั้นตอนที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คือ
1.การจัดตั้งคณะกรรมการและต้องจัดให้มีการประชุมครั้งแรกภายใน 30 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.มีผลใช้บังคับ (มาตรา 4) 2.กรอบเวลาทำงาน คณะกรรมการฯ ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 180
วันนับแต่วันประชุมครั้งแรก โดยสามารถขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน (มาตรา 12) 3.การดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การรับเรื่องและวินิจฉัย โดยคณะกรรมการฯ
จัดช่องทางรับเรื่องร้องขอและวินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรโทษกรรม โดยคำวินิจฉัยถือเป็นที่สุดและผูกพั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



