ซาบีดาลุยวัดขนอน ดัน ‘หนังใหญ่’ ขึ้นทะเบียนยูเนสโก ชูชุมชนรักษามรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 18:06อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่วัดขนอน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามการผลักดัน ‘หนังใหญ่’
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สู่การขึ้นทะเบียนกับองค์การยูเนสโก ในบัญชีแนวปฏิบัติที่ดีในการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ หรือ Register of Good Safeguarding Practices
ซึ่งจะเป็นรายการแรกของประเทศไทยที่เสนอขึ้นทะเบียนในประเภทดังกล่าว ดูภาพข่าว การลงพื้นที่ครั้งนี้มีพระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน
รายละเอียดเพิ่มเติม
บรรยายประวัติความเป็นมาของวัดและการอนุรักษ์หนังใหญ่ โดยมี ฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ตลอดจนผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้นำชุมชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรมเข้าร่วม
ซาบีดารับชมการสาธิตการตอกตัวหนังใหญ่โดย จฬรรณ์ ถาวรนุกูลพงศ์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม ก่อนชมการแสดงหนังใหญ่ชุด ‘ศึกทศกัณฐ์ ตอนยกรบ’ ซึ่งสะท้อนการผสมผสานศิลปะไทยหลายแขนง ทั้งงานช่าง
จิตรกรรม นาฏศิลป์ และดนตรีปี่พาทย์ สำหรับวัดขนอน เดิมเคยเป็นด่านเก็บภาษีอากรทางน้ำ หรือ ‘ด่านขนอน’ ในสมัยอยุธยา ก่อนมีการสร้างตัวหนังใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยหลวงปู่กล่อม
สถานการณ์ล่าสุด
อดีตเจ้าอาวาส ปัจจุบันยังเก็บรักษาตัวหนังใหญ่ที่มีสภาพสมบูรณ์ไว้มากกว่า 300 ตัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า หนังใหญ่เป็นศิลปะการแสดงที่มีประวัติยาวนาน
และได้รับการยกย่องว่าเป็นมหรสพชั้นสูง ซึ่งสะท้อนความสามารถของบรรพบุรุษไทยผ่านการออกแบบตัวหนัง การแกะสลัก การเชิดประกอบท่วงท่าทางนาฏศิลป์ และการบรรเลงดนตรีเพื่อถ่ายทอดเรื่องราว
ปัจจุบันชุมชนที่ยังสืบทอดการแสดงหนังใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ คณะหนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี คณะหนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และคณะหนังใหญ่วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง
มุมมองและผลกระทบ
ที่ผ่านมา การสืบทอดและฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอนได้รับการยกย่องจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียและแปซิฟิกเพื่อยูเนสโก หรือ ACCU ให้เป็น 1 ใน 6
ชุมชนดีเด่นของโลกด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เมื่อปี 2550 ขณะที่ ‘หนังใหญ่’ ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี 2552
กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนงบประมาณเพื่ออนุรักษ์และสืบทอดหนังใหญ่วัดขนอนอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2568 จัดสรร 1.5 ล้านบาท สำหรับเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอนและมหกรรมหนังเงานานาชาติ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งมีการแสดงหนังเงาจากอินเดีย อินโดนีเซีย และลาว ควบคู่กับนิทรรศการองค์ความรู้ กิจกรรมลานวัฒนธรรม และตลาดชุมชน ส่วนปีงบประมาณ 2569 จัดสรรอีก 1.5 ล้านบาท
สำหรับโครงการผลักดันหนังใหญ่สู่การขึ้นทะเบียนของยูเนสโก ครอบคลุมการอบรมถ่ายทอดภูมิปัญญา การจัดเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 19 เมื่อวันที่ 13-14 เมษายนที่ผ่านมา
และการจัดทำสารคดีภาษาไทยและภาษาอังกฤษเรื่อง ‘เงาแห่งศรัทธา หนังใหญ่ไทย ศิลปะโบราณที่มีชีวิต’ หรือ Shadows of Faith: The Eternal Art of Nang Yai ซาบีดาระบุว่า
การดำเนินงานดังกล่าวให้ความสำคัญกับชุมชนในฐานะกลไกหลักในการสงวนรักษา ฟื้นฟู และถ่ายทอดองค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



