ทิ้งหมัดเข้ามุม – บทเรียนจากน้ำท่วม (อีกแล้ว)
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 18:54อ่าน 3 นาที

ถือเป็นภัยพิบัติร้ายแรงอีกครั้งหนึ่ง สำหรับเหตุอุทกภัยที่จ.น่าน ที่เกิดน้ำป่าซัดบ้านเรือนในหลายอำเภอเสียหาย มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 4 ราย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กลายเป็นประเด็นถกเถียงว่าทำไมความเสียหายถึงได้มากมายมหาศาล เกิดจากฝนที่ตกปริมาณมากเพียงอย่างเดียว หรือมีการปรับเปลี่ยนสภาพภูมิประเทศจนทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ขึ้น
มีการเปิดภาพเขาหัวโล้นในพื้นที่ทำให้ไม่มีจุดชะลอน้ำ อธิบายถึงเรื่องการปลูกพืชไร่เชิงเดียว การถางป่าเพื่อพื้นที่เกษตร หรือแม้กระทั่งการปรับพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยว
รายละเอียดเพิ่มเติม
แน่นอนว่าทั้งหมดย่อมเกี่ยวข้องกัน แต่คำถามคือใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
การจะมาโยนให้เป็นความรับผิดชอบของประชาชนในพื้นที่ทั้งหมดคงจะไม่เป็นธรรมสักเท่าใดเพราะหลายสิ่งที่เกิดขึ้นก็มาจากนโยบายรัฐไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแผนเศรษฐกิจ ออกสัมปทานป่าไม้
มาถึงเรื่องการขยายตัวของเศรษฐกิจภาคเอกชน สนับสนุนตัวเลขจีดีพี ผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ จนไม่ได้มองถึงผลกระทบที่ตามมา ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทบทวน
สถานการณ์ล่าสุด
ดูแลแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบจริงจังเสียที น่าเสียดายว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนใส่ใจเรื่องสภาพแวดล้อมอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เรื่องป่าน่าน ภูเขาหัวโล้น อย่างที่กล่าวมา
แต่ยังรวมถึงเรื่องอื่นไม่ว่าจะเป็นเขื่อนแม่น้ำโขงจากตอนบนเหนือประเทศไทยที่ทำให้ระบบนิเวศบ้านเราปรับเปลี่ยนไป สารพิษในแม่น้ำกกที่เกิดจากการทำเหมืองแร่จากประเทศเพื่อนบ้าน
หรือแม้เรื่องฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่กระทบกับสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือก็ยังไม่เห็นท่าทีที่เอาจริงเอาจัง หรือมีแผนงานที่ชัดเจนแต่อย่างใด
มุมมองและผลกระทบ
ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องเดียวกันที่รัฐบาลต้องเอาให้ชัดเสียทีว่าจะมีแผนงานที่ชัดเจนจับต้องได้ และแนวทางปฏิบัติที่จริงจัง ภาพที่เกิดขึ้นหลังอุทกภัย ที่รัฐมนตรีร่วมกันลงพื้นที่
ทั้งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.ดีอี ฉีดน้ำกวาดพื้นล้างถนน หรือนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ที่แบกผู้ประสบภัยขึ้นหลัง
ในแง่ของการแสดงออกถึงการช่วยเหลือดูแลย่อมน่าซาบซึ้ง และยกย่องในความทุ่มเทและเอาจริงเอาจัง แต่ในความคาดหวังของประชาชนย่อมมีมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบเตือนภัยที่ถูกต้อง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ชัดเจน ล่วงหน้าและทันการณ์ ไม่ใช่เตือนอพยพตอนที่น้ำทะลักเข้ามาแล้ว ท่านรองนายกฯ ยศชนันที่ดูแลดีอี เน้นเรื่องความรู้ทางวิทยาศาสตร์ น่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นได้
หรือกระทั่งในส่วนของปภ.ที่มีกำลังงบ กำลังคนจัดแผนป้องกัน ดูแลตั้งแต่ต้น ก็น่าจะดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ ต้องขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลแสดงความกล้าหาญ และความสามารถ ในเรื่องของสภาพแวดล้อม
และเรื่องของภัยพิบัติสักที ไม่เช่นนั้นคนรับกรรมก็คือประชาชน รุก กลางกระดาน
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



