กรมการแพทย์เตือน ‘บูลลี่’ รุนแรงขึ้น พบไทยติดอันดับต้นของโลก แนะผู้ปกครองพูดคุย-เลี่ยงสถานการณ์เสี่ยง
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 15:17อ่าน 3 นาที

กรมการแพทย์เตือน ‘บูลลี่’ รุนแรงขึ้น พบไทยติดอันดับต้นของโลก แนะผู้ปกครองพูดคุย-หลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยว่า พฤติกรรมการบูลลี่มีแนวโน้มรุนแรงและหลากหลายรูปแบบมากขึ้น โดยประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านปัญหานี้ จากการศึกษาพบว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เกิดการบูลลี่มากที่สุด
ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การบูลลี่ (Bully)คือ
รายละเอียดเพิ่มเติม
พฤติกรรมที่มีเจตนาทำให้ผู้อื่นรู้สึกอับอาย เจ็บปวด หรือเป็นทุกข์ โดยผู้กระทำรู้สึกพึงพอใจและสนุกสนานกับการกระทำนั้น อาจเกิดความไม่มั่นคงในจิตใจและปมด้อย
ปัญหาจากครอบครัวและสิ่งแวดล้อม ต้องการการยอมรับและควบคุม หรือเคยตกเป็นเหยื่อของการถูกบูลลี่มาก่อน จากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งปมปัญหาภายในจิตใจ สภาพแวดล้อม และการขาดทักษะทางอารมณ์
และมักมีโอกาสเกิดซ้ำได้บ่อยครั้ง นพ.ธนินทร์ กล่าวว่า การบูลลี่แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ การบูลลี่ทางร่างกาย การบูลลี่ทางวาจา การบูลลี่ทางสังคม และการบูลลี่ทางไซเบอร์
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งการบูลลี่ทุกรูปแบบล้วนส่งผลกระทบต่อเด็กในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยเด็กซึ่งยังอยู่ในช่วงพัฒนาการที่สำคัญและมีความต้านทานทางจิตใจที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
แม้การบูลลี่อาจดูเหมือนเป็นปัญหาเล็กน้อยในสายตาผู้ใหญ่ แต่ในความเป็นจริงอาจสร้างบาดแผลในใจที่ส่งผลระยะยาว โดยแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ไม่อยากไปโรงเรียน ซึมเศร้า
หรือรู้สึกไม่มีความสุข การดูแลแก้ไข พ่อแม่หรือผู้ปกครองจึงควรหมั่นพูดคุยแลกเปลี่ยนกับบุตรหลานเป็นประจำ เพื่อให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ
มุมมองและผลกระทบ
และหากพบสัญญาณที่น่าเป็นห่วง ผู้ปกครองสามารถมีส่วนช่วยหยุดพฤติกรรมดังกล่าวและลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ
ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า การบูลลี่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย โดยมีลักษณะและรูปแบบที่แตกต่างกันตามพัฒนาการ กล่าวคือ เด็กเล็กมักพบการบูลลี่ทางร่างกาย
ตั้งแต่รูปแบบเบา เช่น การแกล้ง ไปจนถึงรูปแบบรุนแรง เช่น การทำร้ายร่างกาย วัยปฐมวัยมักพบการบูลลี่ทางวาจา เช่น การล้อเลียนชื่อบิดา มารดา การล้อเรื่องรูปลักษณ์ สีผิว หรือปมด้อยต่างๆ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สำหรับวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่กำลังสร้างอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของตนเอง มักพบการบูลลี่เกี่ยวกับบุคลิกภาพ ฐานะทางสังคม ค่านิยม และสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงการบูลลี่ทางสังคม เช่น
การกีดกันไม่ยอมรับเพื่อนเข้ากลุ่ม หรือการปล่อยข่าวลือเพื่อทำให้ผู้อื่นอับอาย นพ.อาคม กล่าวว่า นอกจากนี้ การบูลลี่ทางไซเบอร์ในกลุ่มวัยรุ่นยังเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เช่น
การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ การลงรูปภาพหรือวิดีโอโดยไม่ได้รับอนุญาต และการแสดงความคิดเห็นที่หยาบคายในโลกออนไลน์ ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่นแล้ว ยังอาจเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



