ยูเนสโกขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีในเวสต์แบงก์-ปราสาทเลบานอน เป็นมรดกโลกที่อยู่ในภาวะอันตราย
อัปเดตเมื่อ: 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 20:46อ่าน 2 นาที

ยูเนสโกขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีในเวสต์แบงก์-ปราสาทเลบานอน เป็นมรดกโลกที่อยู่ในภาวะอันตราย เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ในการประชุมคณะกรรมการ องค์การการศึกษา
อ่านข่าวในหมวด ไลฟ์สไตล์ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ได้ลงมติขึ้นทะเบียนสถานที่ในเขตเวสต์แบงก์และเลบานอนอยู่ในบัญชีมรดกโลก
และบัญชีมรดกโลกที่ตกอยู่ในภาวะอันตราย ภายใต้กระบวนการฉุกเฉิน โดยให้เหตุผลว่าความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ในภูมิภาคได้ส่งผลกระทบต่อสถานที่เหล่านี้ ซึ่งประกอบไปด้วย เซบาสเตีย
รายละเอียดเพิ่มเติม
แหล่งโบราณคดีในพระคัมภีร์แห่ง ตั้งในเขตเวสต์แบงก์ ใกล้เมืองนาบลุส นักประวัติศาสตร์ระบุว่าสถานที่แห่งนี้คือสะมาเรีย เมืองหลวงของอาณาจักรอิสราเอลตามพระคัมภีร์ไบเบิลในสมัยโบราณ
ขณะที่ซากโบราณสถานของที่นี่ครอบคลุมหลายยุคสมัย ตั้งแต่ยุคเหล็ก จักรวรรดิโรมัน ไบแซนไทน์ จนถึงยุคอิสลาม อีกทั้ง ผู้นับถือศาสนาคริสต์และอิสลามต่างเชื่อว่า ยอห์นผู้ให้บัพติศมา
ถูกฝังอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ยื่นขอขึ้นทะเบียนสถานที่นี้ครั้งแรกในปี 2012 โดยให้เหตุผลว่า จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง
สถานการณ์ล่าสุด
หลังจากทางการอิสราเอลเดินหน้าแผนเวนคืนพื้นที่โดยรอบประมาณ 200 เฮกตาร์ (500 เอเคอร์) เพื่อพัฒนาเป็นอุทยานแห่งชาติ นอกจากนั้น ปราสาท 5 แห่งในเมาต์อาเมล ทางตอนใต้ของเลบานอน
ได้ขึ้นทะเบียนเช่นกัน รวมถึงปราสาทชามาอา และ ปราสาทโบฟอร์ตซึ่งเป็นป้อมปราการยุคกลางที่กองกำลังอิสราเอลเข้ายึดได้เมื่อเดือนพฤษภาคม ระหว่างสงครามกับกลุ่มเฮซบอลเลาะห์
ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมของเลบานอนระบุว่า การทิ้งระเบิดของอิสราเอลได้ทำลายปราสาทชามาอา และยังคุกคามปราสาทโบฟอร์ตอีกด้วย อิสราเอลโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าว
มุมมองและผลกระทบ
โดยอ้างว่ากลุ่มเฮซบอลเลาะห์ใช้ปราสาทโบฟอร์ตเป็นฐานทางทหาร พร้อมทั้งมีอุโมงค์อยู่ใต้ปราสาท อย่างไรก็ตาม ผู้แทนของเลบานอนปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
โดยยืนยันว่าปราสาททั้งหมดถูกใช้เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น นับตั้งแต่อิสราเอลถอนกำลังออกจากภาคใต้ของเลบานอนเมื่อปี 2000
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



