ชุดไทยพระราชนิยม : มรดกแผ่นดิน ภูษาแห่งพระราชปณิธาน
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 12:52อ่าน 3 นาที

พระอัจฉริยภาพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับตำนานมรดกแห่งสยามสู่สากล ในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์ไทย
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ภาพจำที่งดงามที่สุดภาพหนึ่งของพสกนิกร คือ พระสิริโฉมอันสง่างามของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฉลองพระองค์ชุดไทยที่วิจิตรบรรจง
ความงดงามนี้มิใช่เพียงเรื่องของแฟชั่นหรืออาภรณ์ภายนอก หากแต่เป็นผลึกทางปัญญาที่กลั่นกรองจากพระราชหฤทัยอันรักชาติ เพื่อสร้าง "ตัวตน" และ "ศักดิ์ศรี"
รายละเอียดเพิ่มเติม
ของความเป็นไทยให้ปรากฏชัดแก่สายตาอารยประเทศ ปฐมบทแห่งอัตลักษณ์: แรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ย้อนกลับไปเมื่อปีพุทธศักราช 2503 นับเป็นหมุดหมายสำคัญ
เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีกำหนดเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา และยุโรป อย่างเป็นทางการถึง 14 ประเทศ เพื่อทรงเจริญสัมพันธไมตรี
ในยุคนั้นสตรีไทยยังไม่มีชุดประจำชาติที่เป็นแบบแผนชัดเจน ส่วนใหญ่นิยมแต่งกายตามแบบตะวันตกตามความนิยมของยุคสมัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชดำริด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลว่า
สถานการณ์ล่าสุด
“แม้เราจะมีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมในการแต่งกายของเราเองอยู่แล้ว แต่สตรีไทยก็ยังไม่มีเครื่องแต่งกายชุดประจำชาติ” พระองค์ทรงเปรียบเทียบกับ "ส่าหรี" ของอินเดีย หรือ "กิโมโน" ของญี่ปุ่น
ที่เพียงแรกเห็นผู้คนทั่วโลกก็จดจำได้ทันที พระปณิธานที่จะสร้างอาภรณ์ที่เป็นเสมือน "นามบัตรของชาติ" จึงเริ่มต้นขึ้น ณ จุดนั้น การสร้างสรรค์มรดก: การผสมผสานอดีตสู่ความร่วมสมัย
ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาค พระญาติสนิทและนางสนองพระโอษฐ์ ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญ อาทิ ศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธน และ
มุมมองและผลกระทบ
อาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ เพื่อค้นคว้าประวัติศาสตร์และธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนักโบราณ ทรงนำรูปแบบการนุ่งจีบ การห่มสะพัก และเสื้อแขนกระบอก
มาประยุกต์เข้ากับเทคนิคการตัดเย็บสมัยใหม่เพื่อให้สวมใส่สะดวก (Ready-to-Wear) โดยทรงได้รับคำแนะนำจากนักออกแบบระดับโลกอย่าง นายปิแอร์ บัลแมง และช่างปักมือหนึ่งอย่าง นายฟรองซัวส์
เลอซาจ ผลลัพธ์คือการกำเนิดของ "ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ" ซึ่งตั้งชื่อตามพระที่นั่ง และพระตำหนักสำคัญ เพื่อสะท้อนถึงเกียรติภูมิและรากเหง้าที่มา
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2507 ณ เวทีสวนอัมพร ในโอกาสครบรอบร้อยปีของกาชาดสากล พรรณนาความงาม: 8 ภูษาศิวิไลซ์ ชุดไทยเรือนต้น:
ชุดไทยแบบลำลองที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความทะมัดทะแมง ใช้ในงานที่ไม่เป็นพิธีการ เสื้อคอกลมแขนสามส่วน ผ้านุ่งไหมมีริ้วลาย สวยงามตามแบบไทยเดิม ชุดไทยจิตรลดา:
อาภรณ์สำหรับงานพิธีการกลางวัน เน้นความสุภาพ สง่างามด้วยเสื้อแขนยาวคอตั้ง ผ้านุ่งป้ายยาวจรดข้อเท้า ใช้ในการต้อนรับอาคันตุกะจากต่างแดน ชุดไทยดุสิต: ความวิจิตรที่ผสานสไตล์สากล
เสื้อแขนกุดคอกว้างปักลวดลายด้วยดิ้นเงินดิ้นทอง ปีกแมลงทับ และมุก อย่างประณีตบร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



