นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐฯ แสดงจุดยืน ไทยไม่ใช้ความมั่นคงต่อรองการค้า
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 17:53อ่าน 3 นาที

นายกฯ หารือปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สานต่อสัมพันธ์ 193 ปี ตอกย้ำพันธมิตรสำคัญในภูมิภาค ผนึกกำลังปราบอาชญากรรมข้ามชาติ เดินหน้าความมั่นคงยุคใหม่ รับมือความท้าทายแห่งอนาคต
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พร้อมแสดงจุดยืน ไทยไม่นำความร่วมมือด้านกลาโหม มาเป็นเงื่อนไขต่อรองภาษี เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอลบริดจ์ โคลบี (Mr.
Elbridge Colby) ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาฝ่ายนโยบาย (Under Secretary of Defense for Policy) เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯได้กล่าวต้อนรับปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ฝ่ายนโยบาย
ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก พร้อมแสดงความยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรี
ยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาลไทยว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในเสาหลักของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน
สถานการณ์ล่าสุด
และไทยไม่มีนโยบายนำความร่วมมือด้านกลาโหมมาเป็นเงื่อนไข หรือเครื่องมือต่อรองในการเจรจาการค้า โดยการหารือด้านการค้า และความมั่นคงต่างดำเนินไปบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน
และผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องของแต่ละด้าน ขณะที่ด้านความร่วมมือทางการทหาร นายกฯ เน้นย้ำว่า ไทย และสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานถึง 193 ปี
โดยไทยให้ความสำคัญกับความเป็นพันธมิตร และหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อสันติภาพ ความมั่นคง
มุมมองและผลกระทบ
และเสถียรภาพของภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายจึงควรร่วมกันเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรไทย–สหรัฐฯ ให้เข้มแข็งและสอดรับกับบริบทระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งสามารถรับมือกับภัยคุกคาม
และความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน
สหรัฐฯให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาค และให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับประเทศที่มีหลักการและเป้าหมายร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไทย เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนและสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โฆษกรัฐบาล
กล่าวว่า นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
โดยมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถและความทันสมัยของกองทัพ
ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน สำหรับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ นายกฯ กล่าวถึงการพบหารือ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



