เด็กวันนี้..อยู่ยากจริง?!?
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 00:02อ่าน 2 นาที

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า พฤติกรรมการบูลลี่มีแนวโน้มรุนแรงและหลากหลายรูปแบบมากขึ้น โดยประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านปัญหานี้ จากการศึกษาพบว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เกิดการบูลลี่มากที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ อ่านข้อมูลนี้แล้วทำให้ต้องย้อนกลับไปคิดว่า เด็กยุคเบบี้บูมอย่างมนุษย์ป้า ไม่เคยได้พบได้เห็นหรือได้ยินอะไรแบบนี้เลย!!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อยู่ในโรงเรียนหากไม่ชอบหน้าใคร อย่างมากก็อยู่ให้ห่างๆ ทางใครทางมันก็เท่านั้น แต่เด็กวันนี้ ต้องเผชิญกับพฤติกรรมที่เรียกว่า “บูลลี่” ราวกับเป็นโรคระบาด หรือเป็นกระแสที่ใครได้แสดงความเป็นใหญ่ มีอิทธิพล มันเท่ มันเก๋ รองอธิบดีกรมการแพทย์บรรยายว่า การบูลลี่ คือ พฤติกรรมที่มีเจตนาทำให้ผู้อื่นรู้สึกอับอาย เจ็บปวด หรือเป็นทุกข์ โดยผู้กระทำรู้สึกพึงพอใจและสนุกสนานกับการกระทำนั้น อาจเกิดความไม่มั่นคงในจิตใจและปมด้อย ปัญหาจากครอบครัวและสิ่งแวดล้อม ต้องการการยอมรับและควบคุม หรือเคยตกเป็นเหยื่อของการถูกบูลลี่มาก่อน จากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งปมปัญหาภายในจิตใจ สภาพแวดล้อม และการขาดทักษะทางอารมณ์ และมักมีโอกาสเกิดซ้ำได้บ่อยครั้ง การบูลลี่แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ การบูลลี่ทางร่างกาย การบูลลี่ทางวาจา การบูลลี่ทางสังคม และการบูลลี่ทางไซเบอร์ สรุปว่า การบูลลี่ทุกรูปแบบล้วนส่งผลกระทบต่อเด็กในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยเด็กซึ่งยังอยู่ในช่วงพัฒนาการที่สำคัญและมีความต้านทานทางจิตใจที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ข้อมูลข้างต้นตอกย้ำว่า การบูลลี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอย่างที่ผู้ใหญ่มากมายหลายคนเข้าใจกันอีกต่อไป แต่ข้อเท็จจริงแล้วอาจสร้างบาดแผลในใจที่ส่งผลระยะยาว โดยแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ไม่อยากไปโรงเรียน ซึมเศร้า หรือรู้สึกไม่มีความสุข ดูเหมือนว่าเป็นหน้าที่เล็กๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่พ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ในบ้าน ต้องช่วยกันสังเกตเด็กในบ้าน ว่ามีปัญหาอยู่ยากจากในโรงเรียนหรือเปล่า?!?
ก่อนที่จะสายเกินไป. ป้าเอง The post เด็กวันนี้..อยู่ยากจริง?!? appeared first on .
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



