ทวี ชี้ภูมิใจไทย แห่ฟ้อง เป๋า จำกัดเสรีภาพ สุ่มเสี่ยงฟ้องปิดปาก ย้่ำต้องพร้อมถูกตรวจสอบ
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 09:34อ่าน 3 นาที

ทวี ชี้ภูมิใจไทย แห่ฟ้อง เป๋า จำกัดเสรีภาพ สุ่มเสี่ยงฟ้องปิดปาก ย้ำต้องพร้อมถูกตรวจสอบ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการจัดงานใหญ่ขึ้น ณ รัฐสภา
ประเด็นสำคัญ
ภายใต้ชื่อหัวข้อ “หยุดขบวนการโกงสว. เปิดโปง เปิดใจพยานข้อเท็จจริง” โดยมีการเรียนเชิญประชาชน สว.สำรอง และอดีตผู้สมัคร สว. ปี 2567 เข้าร่วมกิจกรรม งานนี้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมนำโดย
ส.ส.พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมกับนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภาสำรอง ขณะที่พ.ต.อ.ทวีส สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรประชาชาติ
รายละเอียดเพิ่มเติม
กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงนักการเมืองหลายท่านว่าจะดำเนินการฟ้องร้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw เพื่อเอาผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น
ที่ออกมาจัดกิจกรรมเปิดโปง ฮั้ว สว ว่า การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถือเป็นการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองที่สำคัญของประชาชน รัฐบาลควรต้องส่งเสริม
ไม่ใช่จำกัดสิทธิดังกล่าวอันไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะกรณีของคุณยิ่งชีพเท่านั้น แต่หมายรวมถึงประชาชนในทุกกรณีด้วย
สถานการณ์ล่าสุด
เมื่อท่านเห็นว่าข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง สิ่งที่ควรทำคือการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่าประชาชนเข้าใจผิดไปอย่างไร และแสดงให้เห็นว่าตนเองพร้อมรับการตรวจสอบผ่านกระบวนการยุติธรรม
แทนที่จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน ซึ่งรังแต่จะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น เรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีกับคุณยิ่งชีพรวมถึงประชาชนในทุกกรณี
การกลับมาชี้แจงแสดงข้อมูลย่อมดีกว่าการดำเนินคดีกับประชาชน ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองว่ารัฐบาลกำลังใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อประโยชน์สาธารณะ
มุมมองและผลกระทบ
หรือการฟ้องคดีปิดปาก (SLAPP) การใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาที่มีลักษณะกลั่นแกล้ง เอาเปรียบ หรือมุ่งสร้างภาระให้แก่ผู้ถูกฟ้อง เช่น การไปฟ้องร้องในพื้นที่ห่างไกลจากที่อยู่ของผู้ถูกฟ้อง ฯลฯ
อันเป็นการนำกระบวนการยุติธรรมมาบิดเบือน หรือใช้เป็นเครื่องมือคุกคามเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต “คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2569
ในคดีที่ สว. รวม 92 คน ยื่นร้องผมและท่านภูมิธรรม ซึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าไม่มีความผิด แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้วางบรรทัดฐานสำคัญไว้ว่ารัฐธรรมนูญได้กำหนดจริยธรรมรัฐมนตรีไว้เข้มงวด
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐที่มีผลกระทบกว้างขวาง จึงต้องถูกตรวจสอบทั้งเรื่องส่วนตัวและการปฏิบัติหน้าที่ทุกแง่มุม มิให้ผู้ปราศจากคุณธรรมเข้ามาใช้อำนาจตามอำเภอใจ
พร้อมกำหนดให้รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ คือประพฤติตรง จริงใจ ไม่คดโกง ต้องไม่มีพฤติกรรมบกพร่อง บิดเบือนเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง
และไม่ประพฤติตนขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวัง การตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจรัฐจึงเป็นเรื่องประโยชน์ของสังคมโดยรวม”พ.ต.อ.ทวี กล่าว ที่สำคัญ
รัฐต้องจัดกลไกคุ้มครองประชาชนที่ชี้เบ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



