อนุทิน แจงสื่อนอก เหตุกราดยิงไม่ใช่อาชญากรรม แต่ผู้ก่อเหตุเครียด ย้ำชัด ไม่ให้พกปืนที่สาธารณะ
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 18:01อ่าน 3 นาที

อนุทิน แจงสื่อต่างชาติ ชี้ เหตุยิงในโรงเรียนเกิดจากความเครียด ประกอบกับหลายปัจจัย เร่งคุมปืน-ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน ย้ำ รัฐไม่เปิดทางให้ประชาชนพกอาวุธในที่สาธารณะ เมื่อเวลา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เวลา 16.25 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ถึงเหตุจูงใจที่ทำให้เด็กอายุ 14
ปีตัดสินใจก่อเหตุยิงในโรงเรียนว่า มีหลายปัจจัย คือ ความเครียด จากการศึกษา และก็ทราบมาว่า คุณปู่คุณย่า คุณย่าเป็นครู ก็อยากให้น้องเรียนได้ดี ๆ ก็ค่อนข้างเข้มงวดกวดขัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
จากที่ตำรวจสอบปากคำเพื่อนสนิทก็รับทราบว่าเขาเครียด แต่ว่าก็มีการเตรียมการอย่างดี เพราะวิธีการที่ทำแผนมา มีลำดับขั้นตอน เป้าหมายชัดเจน
ส่วนก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยมีมาตรการควบคุมการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่จัดการปัญหานี้ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า การพกพาอาวุธใด ๆ
ในที่สาธารณะผิดกฎหมายอยู่แล้วในประเทศไทย แต่ในกรณีนี้ มีปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายประการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดังนั้น เราจึงต้องรอจนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งตนมั่นใจว่าทางสำนักงานตำรวจจะสรุปผล และรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป นายอนุทิน ย้ำว่า ตั้งแต่ตนเป็นรมว.มหาดไทย เคยเสนอแก้ระเบียบการครอบครองปืน
และการอนุญาตพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ จนมีการออกประกาศกระทรวงพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และห้ามซื้ออาวุธปืน หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อตนมาเป็นนายกรัฐมนตรีหนึ่งในสิ่งที่จะทำ
คือการออกกฏหมายฉบับใหม่ควบคุมอาวุธปืน ที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ นายกฯ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่อาชญากรรม แต่เกิดจากบุคคลที่มีความเครียด
มุมมองและผลกระทบ
กดดันสะสมมานาน พร้อมยืนยันว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง และถูกเก็บไว้ในบ้านทำให้เด็กเข้าถึงได้ แต่ยืนยันว่า เหตุแบบนี้ไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นในที่สาธารณะ
พร้อมย้ำว่า จำเป็นต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองว่า สถานศึกษาจะมีมาตรการป้องกัน
และคัดกรองการนำอาวุธเข้าไปในโรงเรียนที่ต้องเข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งในทางปฏิบัติคงถึงขั้นนำเครื่องเอ็กซเรย์หรือเครื่องตรวจอาวุธมาใช้ตรวจนักเรียนทุกคนก่อนเข้าโรงเรียน เพราะคงไม่เหมาะสม นายกฯ ย้ำกับสื่อต่างประเทศ ว่า
รัฐบาลไม่ยอมให้ประชาชนทั่วไปครอบครอง หรือพกอาวุธใดใดในพื้นที่สาธารณะ โดยกรณีที่เยาวชนก่อเหตุ ต้องลงไปดูเรื่องปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพจิตโดยตรง
แต่เป็นความเฉียบพลันหรืออารมณ์ชั่ววูบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการถูกกระตุ้น สำหรับตัวเลขล่าสุด นายกฯ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตรวมปู่-ย่า รวม 8 ราย และบาดเจ็บ 30 กว่าคน
ตอนนี้มีเจ็บสาหัสต้องดูแลใกล้ชิดมากๆ 9 ราย อยู่ที่รพ.พระนั่งเกล้า และ รพ.พระมงกุฎ
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



