ข้ามไปยังเนื้อหา

ซาบีดาผนึกดีไซเนอร์และห้องเสื้อไทย ผลักดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่ยูเนสโกเดือนธันวาคม หวังต่อยอดรายได้ถึงชุมชน

อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 17:58อ่าน 3 นาที

ซาบีดาผนึกดีไซเนอร์และห้องเสื้อไทย ผลักดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่ยูเนสโกเดือนธันวาคม หวังต่อยอดรายได้ถึงชุมชน
แชร์ข่าวนี้

วานนี้ (23 สิงหาคม) ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หารือร่วมกับดีไซเนอร์ ห้องเสื้อ และผู้ประกอบการด้านผ้าไทย

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

เพื่อผลักดันชุดไทยพระราชนิยมและชุดไทยพระราชทานให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่กลุ่มช่างทอผ้า เกษตรกร ผู้ประกอบการ

ไปจนถึงอุตสาหกรรมแฟชั่น การหารือจัดขึ้นที่ร้าน Lady L Bistro โรงแรมปาร์คนายเลิศ กรุงเทพมหานคร โดยมี ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ด้านการออกแบบแฟชั่น

รายละเอียดเพิ่มเติม

พร้อมตัวแทนห้องเสื้อและแบรนด์ไทย อาทิ ห้องเสื้อเธียเตอร์ แอตเตอลิเยร์ พิจิตรา ASAVA ISSUE และ Surface เข้าร่วม รวมถึง โชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

และคณะที่ปรึกษาโครงการชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย ซาบีดาระบุว่า ชุดไทยพระราชนิยมมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ซึ่งทรงให้ศึกษาและออกแบบเครื่องแต่งกายสตรีไทยสำหรับใช้เป็นฉลองพระองค์ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อปี 2503 ก่อนพัฒนาเป็นชุดไทยพระราชนิยม 8

สถานการณ์ล่าสุด

แบบที่ได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องแต่งกายประจำชาติ ขณะที่ชุดพระราชทานสำหรับบุรุษ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้เมื่อปี 2523

เพื่อใช้แทนชุดสากล โดยคำนึงถึงความประหยัดและความเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า

การส่งเสริมชุดไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษารูปแบบการแต่งกายให้ถูกต้อง แต่ยังช่วยเพิ่มความต้องการใช้ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้ายก และผ้าทอพื้นถิ่น ซึ่งสามารถกระจายรายได้ไปยังช่างทอ เกษตรกร

มุมมองและผลกระทบ

ผู้ผลิตสิ่งทอ และชุมชนทั่วประเทศ “เสน่ห์ของชุดไทยพระราชนิยมและชุดไทยพระราชทาน คือความงดงามเหนือกาลเวลา

และจะยิ่งมีความงดงามมากยิ่งขึ้นเมื่อได้รับการตัดเย็บให้เหมาะกับรูปร่างและผู้สวมใส่เลือกนำไปใส่ให้เหมาะสมกับโอกาส” ซาบีดากล่าว ซาบีดายกตัวอย่างว่า

ชุดไทยเรือนต้นสามารถประยุกต์ร่วมกับผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าลายอัตลักษณ์พื้นถิ่น หรือผ้าชาติพันธุ์ เปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์และช่างตัดเย็บสร้างสรรค์รูปแบบร่วมสมัย

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

โดยยังรักษาเอกลักษณ์ของชุดไทยไว้ได้ สำหรับความคืบหน้าในระดับนานาชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมขึ้นบัญชีชุดไทยพระราชนิยมเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี 2566

ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 เห็นชอบให้เสนอรายการ ‘ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ’ หรือ *Chud Thai: The Knowledge,

Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume* ต่อองค์การยูเนสโก ซาบีดาระบุว่า

ยูเนสโกยืนยันจะนำรายการดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2569

โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · ซาบีดาผนึกดีไซเนอร์และห้องเสื้อไทย ผลักดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่ยูเนสโกเดือนธันวาคม หวังต่อยอดรายได้ถึงชุมชน
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง