เกาหลีเหนือโต้ญี่ปุ่น กล่าวหาเป็นภัยคุกคามโดยปราศจากข้อเท็จจริง
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 12:01อ่าน 2 นาที

เกาหลีเหนือโต้ญี่ปุ่น กล่าวหาเป็นภัยคุกคามโดยปราศจากข้อเท็จจริง รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ว่า สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือเผยบทความวิชาการชื่อ
อ่านข่าวในหมวด ต่างประเทศ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สมุดปกขาวด้านกลาโหมของญี่ปุ่นมีแนวคิดกลับสู่การรุกรานอีกครั้ง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการเดินหน้าเครื่องจักรสงคราม ซึ่งระบุว่า สมุดปกขาวดังกล่าวของญี่ปุ่นประจำปี 2026
กล่าวหาว่าเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดโดยปราศจากข้อเท็จจริง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการเพิ่มขีดความสามารถทางกลาโหมอย่างกระทันหันของญี่ปุ่น
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในช่วงที่ผ่านมา เกาหลีเหนือวิจารณ์นโยบายด้านกลาโหมของญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการออกแถลงโจมตีญี่ปุ่นอย่างน้อย 7 ครั้ง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยคิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน
ผู้นำของเกาหลีเหนือเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เกาหลีเหนือจะหันมาใช้แนวทางทางทหารเพิ่มเติมเพื่อตอบโต้การเปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่นไปสู่การเป็นมหาอำนาจทางทหาร
หลังจากที่มีการทดสอบการยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กที่ผลิตโดยสหรัฐ ต่อมา เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้มุ่งหน้าสู่พื้นที่ทะเลระหว่างสองประเทศ โดยนักวิเคราะห์บางรายมองว่า
สถานการณ์ล่าสุด
การยิงดังกล่าวอาจเป็นคำเตือนถึงญี่ปุ่นด้วย โคเรีย จุงอัง เดลี่รายงานเพิ่มเติมว่า คัง วอนชอล นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ กล่าวว่า ญี่ปุ่น
ซึ่งเป็นรัฐอาชญากรสงครามที่ก่อหายนะครั้งใหญ่ต่อมนุษยชาติในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 กำลังเสริมสร้างแสนยานุภาพทางทหารด้วยแรงอาฆาตจากความพ่ายแพ้ของตนเองตลอดระยะเวลากว่า 80
ปีที่ผ่านมา และระบุว่า เรื่องนี้กำลังก่อให้เกิดภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นและร้ายแรงต่อโลกในปัจจุบัน ญี่ปุ่นกล่าวหาเกาหลีเหนือและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ
มุมมองและผลกระทบ
อย่างไร้เหตุผลว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและใกล้จะเกิดขึ้น และเป็นความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเร่งเสริมสร้างอาวุธ นายคังวิพากษ์วิจารณ์ ชินจิโร
โคอิซึมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ด้วยว่า เขากำลังผลักดันญี่ปุ่นอย่างสุดกำลังให้เดินไปตามเส้นทางที่อันตรายอย่างยิ่ง โดยเป็นหัวหอกในการเดินหน้าสู่การสร้างความเป็นทหาร
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



