กอช.ดันเมดอินไทยแลนด์ ปัดใช้มั่นคงต่อรองสหรัฐ
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

"ศุภจี" ฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ ในรอบ 4 ปี วางแผนหนุนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมใหม่ ดัน S-Curve และนโยบาย Made in Thailand สร้างแต้มต่อผู้ประกอบการไทย ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พร้อมชู 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ด้านป้องกันประเทศ-ระบบราง-เครื่องมือแพทย์ นายกฯ หารือปลัดกลาโหมสหรัฐ ยันไทยไม่มีนโยบายนำความร่วมมือด้านกลาโหมเป็นเครื่องมือต่อรองเจรจาการค้า
ที่กระทรวงอุตสาหกรรม วันที่ 13 สิงหาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจภาคบริการและอุตสาหกรรม
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และผู้บริหารหน่วยงานร่วมประชุม ภายหลังการประชุม นางศุภจีเปิดเผยว่า
ได้เน้นการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยจากฐานภายในประเทศ ควบคู่กับการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี
พร้อมเร่งผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) และเพิ่มการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการที่ผลิตในประเทศ
สถานการณ์ล่าสุด
โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์
โดยจะใช้ตลาดภาครัฐเป็นกลไกสร้างอุปสงค์ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างและ Green Procurement เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทั้งภาครัฐและเอกชน นำไปสู่การลงทุนใหม่ รายได้
การจ้างงาน และการขยายตลาดในระยะยาว สำหรับการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเชื่อมโยง “วิจัย-ผลิต-ตลาด-ลงทุน” ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์
มุมมองและผลกระทบ
ยกระดับประสิทธิภาพและมาตรฐานการผลิต พัฒนาทักษะแรงงาน ไปจนถึงการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีมาใช้จริง โดยใช้กลไก GMT SMEs ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เพื่อยกระดับ SMEs
ทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต สัดส่วนวัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ มาตรฐาน และเทคโนโลยี พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและผู้ซื้อรายใหญ่ ควบคู่กับมาตรฐาน Made in Thailand (MiT)
ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อรับรองว่าสินค้ามีการผลิตจริงในประเทศและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด นางศุภจีเปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่มีการประชุมคณะกรรมการชุดนี้ เพื่อติดตามงบประมาณบูรณาการและวางแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม โดยที่ประชุมได้หารือถึงการหา "อุตสาหกรรมตัวใหม่ (New S-Curve)"
เพื่อเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรมชีวภาพ (Biotechnology), ดิจิทัลและ AI, ยานยนต์สมัยใหม่, อุตสาหกรรมทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ทั้งนี้
จะมีการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ให้สะท้อนความเป็นจริงในปัจจุบัน โดยจะเปลี่ยนปีฐานจากปี 2564 เป็นปี 2567
เพื่อนำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และโฟโตนิกส์ (Photonics) เข้ามาคำนวณด้วย นอกจา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



