คุมแพลตฟอร์มเรียกรถ – ส่งของ กขค.ชง “กติกาเหล็ก” ปิดช่องเอาเปรียบไรเดอร์ - ผู้บริโภค
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 18:32อ่าน 3 นาที

วันนี้ (20 ส.ค.2569) นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติ การเกี่ยวกับสภาพการแข่งขันในตลาดเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม (Ride-hailing) ครั้งที่ 1/2569 ว่า หลังสถานการณ์โควิด
-19 ธุรกิจ Food Delivery เติบโตอย่างรวดเร็ว นางวรวรรณ กล่าวต่อว่า ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร หรือผู้ขับรถรับส่งอาหาร (ไรเดอร์)
รายละเอียดเพิ่มเติม
ต่างก็ประสบปัญหากับผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับและส่งอาหาร ดังนั้นช่วงปลายปี 2563 กขค. ออกประกาศเรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มรับ และส่งอาหารกับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร (ไกด์ไลน์ Food Delivery) เพื่อกำกับดูแลตลาดธุรกิจ Food Delivery โดยตั้งแต่
ธ.ค.2563-ปัจจุบัน ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรับและส่งอาหาร รวม 17 เรื่อง และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับขนาดของตลาดธุรกิจ Food
สถานการณ์ล่าสุด
Delivery ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ล่าสุดที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯมีมติเห็นชอบเอกสารหลักการ
ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันนี้ - 31 ส.ค.2569
สำหรับตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-hailing) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดในปี 2568 ประมาณ 45,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 49,000
มุมมองและผลกระทบ
ล้านบาท ภายในปี 2572 ปัจจุบันตัวเลขจำนวนไรเดอร์ ที่อยู่ในตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันมีมากกว่า 400,000 ราย สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจดังกล่าว
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันและบริการจัดส่งออนดีมานด์ (อาทิ Food Delivery) ในไทยเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง หลังผู้ให้บริการรายใหญ่บางราย
ยุติกิจการในไทย ทำให้สภาพตลาดกระจุกตัวสูง โดยมีผู้เล่นรายใหญ่เพียง 2 ราย (Duopoly) ทั้งยังพบประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน ในตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และบริการจัดส่งออนดีมานด์ นางวรวรรณ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่พบในธุจกิจดังกล่าว เช่น โครงสร้างค่าธรรมเนียม (GP) ที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาระบบอัลกอริทึม เช่น การบังคับใช้ระบบพ่วงงาน
(Batching) ที่บังคับให้ไรเดอร์รับงาน 2 ร้านและส่ง 2 ที่พร้อมกัน แต่กลับปรับลดค่ารอบลง ปัญหาระบบจัดลำดับงานที่เอื้อไรเดอร์ระดับสูง ปัญหาความคลาดเคลื่อนของระบบ GPS
ที่ทำให้ระยะทางไม่ตรงกับความเป็นจริง และการใช้ Dark Patterns ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด และยังพบความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างแท็กซี่สาธารณะที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
กับรถส่วนบุคคล ที่นำมาให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม จนอาจก่อให้เกิดสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



