พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ โจทย์เดิมกับบทบาทใหม่ในฐานะรองผู้ว่าฯกทม. ภารกิจสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 11:07อ่าน 3 นาที

พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ โจทย์เดิมกับบทบาทใหม่ในฐานะรองผู้ว่าฯกทม. ภารกิจสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้ ผ่านมาแล้วราว 2 เดือน สำหรับบทบาทใหม่ในฐานะ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ประเด็นสำคัญ
ของ พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ หลังเคยทำงานในฐานะที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ซึ่งอายุน้อยที่สุดในขณะนั้น และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของ กทม.คนแรกในประวัติศาสตร์
เป็นเบื้องหลังผู้มีส่วนสำคัญในความสำเร็จของโครงการ ‘ไม่เทรวม’ ที่ช่วยลดปริมาณขยะได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งพื้นที่สีเขียว และความพยายามร่วมแก้ปัญหาโลกร้อน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ใช้ประสบการณ์บนเส้นทางที่ไม่หลุดจากประเด็นสิ่งแวดล้อมหลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์และการต่างประเทศ จากคิงส์คอลเลจ ลอนดอน ก่อนต่อปริญญาโทด้านนโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อม
ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก โดยมีโอกาสทำงานเป็นผู้ช่วย ส.ส.สหรัฐ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ดูแลงานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เมื่อเข้าสู่เส้นทางการเมืองในฐานะ New Dem
กลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการนโยบายพรรคด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ก่อนตัดสินใจลาออกในช่วงกลางปี 2562 เพราะพรรคผิดสัญญากับประชาชน ไปสนับสนุนรัฐบาล
สถานการณ์ล่าสุด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากนั้นจึงเบนเข็มสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฐานะอาจารย์พิเศษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาเสรีนิยมโลก (Liberal International)
รวมถึงที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม UN Environment Programme ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้โจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับพรพรหม
ซึ่งมุ่งมั่นกับภารกิจที่ต้องรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมของเมืองอย่างเต็มตัวในวันนี้ แต่การกลับมารับโจทย์เดิม ในบทบาทที่เปลี่ยนไป ย่อมเพิ่มความท้าทายที่มากขึ้น
มุมมองและผลกระทบ
เพราะการดูแลสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯไม่ได้มีเพียงคำถามว่า จะปลูกต้นไม้เพิ่มได้อีกเท่าไร หากยังรวมถึงคำถามว่า ต้นไม้ที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ที่อยู่คู่เมืองมานาน
จะรักษาเอาไว้อย่างไร จึงเป็นที่มาของการยกระดับนโยบายพื้นที่สีเขียวในวาระใหม่ จาก สวน 15 นาที สู่ สวนป่าล้อมเมือง จากเป้าหมายต้นไม้ 1 ล้านต้น สู่ 2 ล้านต้น และจากการเพิ่มจำนวนรุกขกร
สู่การสร้างระบบ ต้นไม้มรดกกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ต้นไม้ที่มีคุณค่าของเมืองได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเป็นระบบ ในเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ พรพรหมพูดคุยถึงโจทย์สิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ผ่านกิจกรรม ‘การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและตามหาต้นไม้มรดกกรุงเทพมหานคร’ พี่ลานจามจุรี สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ระหว่างนั้น เมื่อถามนอกประเด็นนโยบายว่า
ต้นไม้ที่ชอบเป็นพิเศษคืออะไร และเข้าข่ายเป็นคน ‘มือร้อน’ หรือ ‘มือเย็น’ พรพรหม ผู้ใช้ชีวิตต่างแดนเป็นเวลานาน ออกอาการไม่เข้าใจ จนต้องมีคนช่วยอธิบายว่า
เป็นความเชื่อเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ว่า คนมือเย็น เชื่อกันว่าปลูกอะไรก็รอด ขณะที่คนมือร้อน ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยรอด เมื่อเข้าใจคำถามแล้ว รองผู้ว่าฯพรพรหมตอบว่า ‘รอดเยอะ’
“ผมก็พยายามดูของผมอยู่ ซึ่งก็รอดเยอะ ต้องไปดูที่อ่อนนุช ผม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



