เครือข่ายจิตอาสา บุกสภาดันโทษประหารคดีอุกฉกรรจ์ ‘พรรคเศรษฐกิจ’ ชงแก้กฎหมาย
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 16:25อ่าน 3 นาที

9 เครือข่ายภาคประชาชนยื่นหนังสือผลักดันใช้โทษประหารชีวิตกับคดีฆาตกรรมร้ายแรงและผู้กระทำผิดซ้ำซาก ยกกรณี "ไอ้ธง-ไอ้ป๋อง" เป็นบทเรียน ขณะที่พรรคเศรษฐกิจเตรียมเสนอแก้กฎหมาย พร้อมขอ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สส.ร่วมลงชื่อ 25 เสียง ดันเข้าสภา 3 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 11.00 น.ที่รัฐสภา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ
และประธานพรรคเศรษฐกิจ รวมทั้ง น.ส.อังสณา เนียมวณิชกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ รับหนังสือจาก 9 เครือข่ายภาคประชาชน นำโดยนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม
รายละเอียดเพิ่มเติม
พร้อมด้วยมูลนิธิเป็นหนึ่ง สายไหมต้องรอด มูลนิธิองค์กรทำดี กลุ่มประชาชนเพื่อประชาชน กลุ่มจ่าคิงส์สะพานใหม่ กลุ่มมุสลิมอาสาพัฒนาสังคม มูลนิธิวินวิน และกลุ่มไทยไม่ทน
เพื่อเรียกร้องให้ผลักดันการบังคับใช้โทษประหารชีวิตกับคดีฆาตกรรมร้ายแรง โดยเฉพาะผู้กระทำผิดซ้ำซาก นายแทนคุณ กล่าวว่า
เครือข่ายต้องการให้ภาครัฐดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาดกับผู้ก่อคดีประทุษร้ายต่อชีวิตและเพศ โดยใช้โทษประหารชีวิต พร้อมทบทวนมาตรการลดโทษ พักโทษ และการปล่อยตัว รวมถึงบังคับใช้
สถานการณ์ล่าสุด
พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 อย่างเข้มงวด นายแทนคุณ กล่าวว่า เหตุฆาตกรรม 2 พี่น้องชาวรัสเซีย
รวมถึงคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับคนไทย สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมที่เด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
และเรียกร้องให้ยกเลิกการลดโทษสำหรับผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ พร้อมผลักดันให้ความปลอดภัยจากอาชญากรรมเป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตั้งแต่การป้องกัน
มุมมองและผลกระทบ
การจับกุม การดำเนินคดี การลงโทษ การบำบัดฟื้นฟู และการติดตามผู้พ้นโทษ รวมถึงนำเทคโนโลยี AI กล้องวงจรปิด และระบบเฝ้าระวังสมัยใหม่ มาใช้ป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่เสี่ยง ด้าน น.ส.ชลิดา
พะละมาตย์ หรือ "ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง" ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง กล่าวว่า จากการทำงานช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง พบว่าผู้กระทำผิดหลายรายก่อเหตุซ้ำหลังพ้นโทษ
จึงเห็นว่าผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ไม่ควรได้รับการลดโทษ และควรใช้โทษสูงสุดเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาก่อเหตุอีก ขณะที่นายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ "เต้ อาชีวะ" นักเคลื่อนไหวกลุ่มไทยไม่ทน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กล่าวว่า ถึงเวลาที่สังคมไทยต้องให้ความสำคัญกับสิทธิของประชาชนผู้บริสุทธิ์มากกว่าสิทธิของอาชญากร พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจเร่งแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชน ขณะที่นายรพี
ชำนาญเรือง นักเคลื่อนไหวทางสังคมและผู้ประสานงานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า ประเทศไทยมีประชากรราว 65 ล้านคน แต่ผู้กระทำผิดซ้ำที่สร้างความเสียหายร้ายแรงมีเพียงบางส่วน
จึงตั้งคำถามว่าทำไมบุคคลเหล่านี้จึงยังได้รับโอกาสกลับออกมาก่อเหตุ ขณะที่ญาติของเหยื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างเพียงพอ นายรพี กล่าวว่า
หากอาชญากรที่ก่อเหตุซ้ำยังสามารถกลับมาอยู่ในสังคมได้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



