สกศ. ระดมความคิดเห็น พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างรากฐานเด็กปฐมวัยเต็มศักยภาพ
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 14:12อ่าน 3 นาที

สกศ. ระดมความคิดเห็น พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างรากฐานเด็กปฐมวัยเต็มศักยภาพ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นางอำภา พรหมวาทย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนการศึกษา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การยกระดับคุณภาพคนทุกช่วงวัย : ปฐมวัย” โดยมี ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการสภาการศึกษา รศ. ดร.สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล ภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์
รายละเอียดเพิ่มเติม
อดีตรองเลขาธิการสภาการศึกษา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร นางอำภา กล่าวว่า
“ระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีศักยภาพและความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ
ระบบดังกล่าวต้องออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย โดยเฉพาะปฐมวัย เพราะปฐมวัยเป็นช่วงสำคัญในการวางรากฐานพัฒนาการ ทักษะ ทัศนคติ และนิสัยแห่งการเรียนรู้
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งจะส่งผลต่อการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของบุคคลตลอดช่วงชีวิต ดังนั้นการประชุมครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองของหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับกลุ่มปฐมวัย เกี่ยวกับสถานการณ์ ปัญหา ความท้าทาย และกลไกการดำเนินงานของระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับกลุ่มปฐมวัย
รวมถึงความเชื่อมโยงของบทบาทและภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนวทาง การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศไทยต่อไป” การอภิปราย เรื่อง
มุมมองและผลกระทบ
“การพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การยกระดับคุณภาพคน : ปฐมวัย” ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมอภิปรายถึงแนวทางการพัฒนาระบบรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตในช่วงปฐมวัย
โดยเห็นว่าการสร้างรากฐานการเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตควรเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาสมองและศักยภาพการเรียนรู้ โดยนำองค์ความรู้จากประสาทวิทยาศาสตร์
(Neuroscience) และ การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning) มาใช้ในการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก ควบคู่กับการส่งเสริม Executive Functions
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
(EF) รวมถึงการสร้างทัศนคติที่ดีและความรักในการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้สามารถมีส่วนร่วมและกำหนดทิศทางการเรียนรู้ของตนเอง ทั้งนี้ การพัฒนาเด็กไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะในสถานศึกษา
แต่ต้องสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่มีสภาพแวดล้อมปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ เชื่อมโยงการเรียนรู้ทั้งในระบบและนอกระบบ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสร้างระบบสนับสนุนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องและเหมาะสมกับเด็ก อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพคนตลอดช่วงชีวิต
ที่ประชุมร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการยกระดับคุณภ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



