รัฐบาลลุยเจรจาภาษีสหรัฐฯ ปลาย ส.ค. ดันสินค้าไทยส่วนที่เหลือลดภาระ
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 09:06อ่าน 3 นาที

รัฐบาลเตรียมข้อมูลเจรจาภาษีสหรัฐฯ ปลายเดือน ส.ค. ชูเอกชนไทยลงทุนสะสมเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมแผนลงทุนเพิ่มกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนผลประโยชน์ร่วมสองประเทศ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เดินหน้าผลักดันสินค้าไทยส่วนที่เหลือให้ได้อัตราภาษีต่ำที่สุดหรือยกเว้นเพิ่มเติม ย้ำไม่มีนำความร่วมมือทางทหารมาแลกผลประโยชน์ด้านภาษี 15 สิงหาคม 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาทางเทคนิคด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนำข้อมูลด้านการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิตระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ไปประกอบการเจรจา
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ส่งออกไทยและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ได้มากที่สุด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
ในกลุ่มรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการตามมาตรา 301 และมาตรา 232 สินค้าไทยประมาณร้อยละ 72 ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว ขณะที่รายการสินค้าอีกร้อยละ 28
สถานการณ์ล่าสุด
ยังต้องจัดทำข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการเจรจา โดยรัฐบาลจะพยายามผลักดันให้สินค้าในส่วนที่เหลือได้รับอัตราภาษีต่ำที่สุด หรือได้รับข้อยกเว้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตัวเลขร้อยละ 72 และร้อยละ 28
เป็นสัดส่วนของรายการสินค้าในกรอบมาตรการดังกล่าว ไม่ใช่สัดส่วนมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยไปยังสหรัฐฯ นางสาวลลิดา กล่าวว่า หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่จะนำไปประกอบการเจรจา
คือบทบาทของภาคเอกชนไทยในเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยปัจจุบันภาคเอกชนไทยมีเงินลงทุนสะสมในสหรัฐฯ เกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีกมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มุมมองและผลกระทบ
สะท้อนว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศไม่ได้มีเพียงการซื้อขายสินค้า แต่ครอบคลุมถึงการลงทุน การผลิต และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกัน ขณะเดียวกัน
ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ อย่างน้อยร้อยละ 30 ของยอดเกินดุลการค้าของไทยกับสหรัฐฯ มาจากการส่งออกของบริษัทสหรัฐฯ ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย
ซึ่งเป็นอีกข้อมูลสำคัญที่สะท้อนว่าห่วงโซ่อุปทานของไทยและสหรัฐฯ มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การพิจารณาความสัมพันธ์ทางการค้าจึงไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขดุลการค้าเพียงด้านเดียว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
“รัฐบาลจะนำข้อเท็จจริงทั้งด้านการค้า การลงทุน การจ้างงาน และห่วงโซ่การผลิตไปประกอบการเจรจา เพื่อชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ
เป็นความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ การลดอุปสรรคทางภาษีจึงไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังเอื้อต่อบริษัท การลงทุน และห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐฯ
ที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยด้วย” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว นางสาวลลิดา ย้ำว่า ข้อมูลการลงทุนเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของภาคเอกชนไทย
เป็นข้อมูลที่ใช้สะท้อนผลประโยชน์ร่วมทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ไม่ใช่เงื่อนไขที่นำไปแลกเปลี่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



