ชี้คดีฮั้วสว. เน้นใช้กดดันทางการเมือง – กระบวนการยุติธรรม เหนือหลักฐานข้อเท็จจริง
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:46อ่าน 3 นาที

26 ก.ค.2569- รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กำลังถูกทำให้มีมิติทางการเมืองมากกว่ามิติทางกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
จนกลายเป็นพื้นที่ของการแข่งขันและการสร้างความได้เปรียบระหว่างกลุ่มการเมือง มากกว่าการแสวงหาข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม รศ.ดร.โอฬาร มองว่า ด้วยลักษณะของคดีที่มีความอ่อนไหวสูง
จึงมีความพยายามของหลายฝ่ายที่จะหยิบยกประเด็นนี้มาใช้สร้างแรงกดดันทางการเมือง และสร้างความเสียหายต่อฝ่ายตรงข้าม ส่งผลให้คดีถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสสังคมและดราม่าทางการเมือง
รายละเอียดเพิ่มเติม
มากกว่าการพิจารณาบนพื้นฐานของพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย ทั้งนี้ ในทางกฎหมาย การกล่าวหาว่ามีการฮั้วเลือก สว. จำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอ
สามารถพิสูจน์องค์ประกอบความผิดได้ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด หากหลักฐานยังไม่ชัดเจนหรือไม่สามารถเชื่อมโยงการกระทำความผิดได้ครบถ้วน การเอาผิดย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
และกระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเปิดให้ตรวจสอบได้ นักวิชาการรายนี้ยังเตือนว่า หากการดำเนินคดีถูกมองว่ามีความเร่งรัด ใช้มาตรฐานแตกต่างจากคดีอื่น
สถานการณ์ล่าสุด
หรือเลือกดำเนินการเฉพาะบางฝ่าย ก็จะยิ่งทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่ากระบวนการยุติธรรมกำลังทำหน้าที่ค้นหาความจริง หรือกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแข่งขันทางการเมือง รศ.ดร.โอฬาร
กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “การลงโทษผ่านกระบวนการ” (Process as Punishment) ซึ่งแม้คดีจะยังไม่มีข้อยุติ
แต่ตัวกระบวนการเองอาจสร้างความเสียหายทางการเมือง ทำลายความน่าเชื่อถือ และสร้างต้นทุนให้กับผู้ถูกกล่าวหาได้ก่อนที่ข้อเท็จจริงจะได้รับการพิสูจน์ถึงที่สุด “ในรัฐประชาธิปไตย
มุมมองและผลกระทบ
ความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไม่ได้วัดจากการเร่งเอาผิดใคร แต่ต้องวัดจากการบังคับใช้กฎหมายด้วยมาตรฐานเดียวกัน ยึดหลักความเสมอภาค หลักกระบวนการอันชอบด้วยกฎหมาย
และตรวจสอบทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือกลุ่มการเมืองใดก็ตาม” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว พร้อมระบุว่า
สิ่งที่สังคมควรเรียกร้องไม่ใช่การเร่งรัดให้มีผู้กระทำผิดตามกระแส
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่ควรเรียกร้องให้ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทุกบุคคลและทุกเครือข่ายที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายบนพื้นฐานของพยานหลักฐานและมาตรฐานเดียวกัน เพราะหากกฎหมายถูกใช้โดยปราศจากความเสมอภาค
แม้ผลคดีจะเป็นไปตามข้อกฎหมาย ก็อาจไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความชอบธรรมต่อสังคมได้. The post ชี้คดีฮั้วสว. เน้นใช้กดดันทางการเมือง – กระบวนการยุติธรรม
เหนือหลักฐานข้อเท็จจริง appeared first on .
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



