ข้ามไปยังเนื้อหา

วัส ติงสมิตร ออกโรงแจง คดีฮั้ว สว. สวนอินฟลูชื่อดัง ลอย ชุนพงษ์ทอง ระบุ กกต. ต้องใช้หลัก ‘มีหลักฐานอันควรเชื่อได้’ ก่อนส่งเรื่องให้ศาลฎีกา เลยขั้นตอนที่จะใช้หลัก ‘มีเหตุอันควรสงสัย’

อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 13:38อ่าน 3 นาที

วัส ติงสมิตร ออกโรงแจง คดีฮั้ว สว. สวนอินฟลูชื่อดัง ลอย ชุนพงษ์ทอง ระบุ กกต. ต้องใช้หลัก ‘มีหลักฐานอันควรเชื่อได้’ ก่อนส่งเรื่องให้ศาลฎีกา เลยขั้นตอนที่จะใช้หลัก ‘มีเหตุอันควรสงสัย’
แชร์ข่าวนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายข้อกฎหมาย ถึงบทบาทที่แท้จริงของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับ ศาลฎีกา

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยยืนยันว่า กระบวนการขณะนี้ อยู่ในขั้นหลังประกาศผลการเลือก สว. มา 2 ปีเศษ ต้องใช้หลัก “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้” เลยขั้นตอนที่จะใช้แค่หลัก

“มีเหตุอันควรสงสัย” ในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ตามที่ ลอย ชุนพงษ์ทอง โพสต์ข้อความทำให้สังคมสับสน โดยมีรายละเอียดดังนี้ “เหตุอันควรสงสัย” ไม่เท่ากับ “หลักฐานอันควรเชื่อได้”:

รายละเอียดเพิ่มเติม

ทำความเข้าใจมาตรา 224-226 และบทบาทที่แท้จริงของ กกต. กับ ศาลฎีกา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 คุณลอย ชุนพงษ์ทอง

ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 โดยพาดหัวความเห็นว่า “ผมกางรัฐธรรมนูญให้ดู แค่สงสัย กกต.

ก็ต้องส่งศาลฎีกา ไม่มีสิทธิ์ ไม่ส่งสำนวนต่อศาลฎีกา นะครับ คือ ไม่ส่ง ก็ติดคุกแน่นอน รัฐธรรมนูญเขียนไว้ ตุลาการก็ยังไม่มีสิทธิ์แถครับ” ​จากพาดหัวความเห็นดังกล่าว

สถานการณ์ล่าสุด

มีหนังสือพิมพ์ออนไลน์ชื่อดังนำไปพาดหัวข่าว ก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงกันในสังคมอย่างกว้างขวาง แต่เมื่อนำมาพิเคราะห์ตามรัฐธรรมนูญ 2560 และ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 แล้ว จะพบว่ามีการสื่อสารที่ยังคลาดเคลื่อนจากหลัก “มาตรฐานของพยานหลักฐาน” (Standard of Proof)

ในแต่ละขั้นตอนอย่างมีนัยสำคัญ ​สองคำที่ไม่เหมือนกัน: “เหตุอันควรสงสัย” vs “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ​หัวใจสำคัญของการตีความรัฐธรรมนูญในส่วนว่าด้วย กกต. (มาตรา 224-226)

มุมมองและผลกระทบ

คือการแยกแยะถ้อยคำทางกฎหมาย 2 คำนี้ออกจากกันโดยเด็ดขาด: ​“เหตุอันควรสงสัย” (Reasonable Suspicion): ปรากฏในรัฐธรรมนูญมาตรา 224 (3) และ พ.ร.ป. สว. มาตรา 59 คำนี้คือ

จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ (Inquiry Threshold) เป็นเพียงพฤติการณ์หรือเบาะแสที่ทำให้เกิดความคลางแคลงใจว่าการเลือกตั้งอาจไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม กฎหมายจึงให้อำนาจ กกต. ในการสั่งระงับ

ยับยั้ง ยกเลิกการเลือก ดำเนินการเลือกใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ในชั้นก่อนประกาศผล แต่ไม่ใช่ระดับพยานหลักฐานที่เพียงพอจะนำไปตัดสิทธิบุคคล หรือยื่นเรื่องร้องต่อศาลฎีกา

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

“หลักฐานอันควรเชื่อได้” (Prima Facie / Reasonable Evidence): ปรากฏในรัฐธรรมนูญมาตรา 224 (4), มาตรา 225, มาตรา 226 และ พ.ร.ป. สว. มาตรา 60, 62 คำนี้คือ มาตรฐานชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน

(Adjudication Threshold) ที่ผ่านการสืบสวนและไต่สวนแล้ว จนมีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดจริง ความเห็นที่ว่า “แค่สงสัยก็ต้องส่งศาล”

จึงเป็นการนำเอามาตรฐานระดับ “สงสัย” ไปปะปนกับมาตรฐานระดับ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้” ซึ่งผิดหลักโครงสร้างกฎหมายโดยสิ้นเชิง ​ขั้นตอนทางกฎหมาย: กกต. ไม่ใช่เพียง “บุษบกส่งต่อเรื่อง”

โครงสร้างที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวางไว้ มีลักษณะเ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · วัส ติงสมิตร ออกโรงแจง คดีฮั้ว สว. สวนอินฟลูชื่อดัง ลอย ชุนพงษ์ทอง ระบุ กกต. ต้องใช้หลัก ‘มีหลักฐานอันควรเชื่อได้’ ก่อนส่งเรื่องให้ศาลฎีกา เลยขั้นตอนที่จะใช้หลัก ‘มีเหตุอันควรสงสัย’
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง