เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 19:16อ่าน 3 นาที

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า!
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน 9 ส.ค.2569 – ที่ชุมชนบ้านเนินคีรี ตำบลทัพหลวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลการขับเคลื่อนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ชุมชนล้อมรักษ์(CBTx) ผ่านกลไก พอช.ในพื้นที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ชุมชน ด้วยวิธีการดำเนินงานจากการเปลี่ยน “ผู้เสพ” มาเป็น “ผู้กล้า” เน้นสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างการยอมรับและเปิดใจของคนในชุมชน เพื่อความยั่งยืนของชุมชนล้อมรักษ์ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ประธานมูลนิธิสถาบันและพัฒนาการเรียนรู้ กล่าวว่า สสส.มีบทบาทส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมและทางเลือกใหม่ๆของปัญหาที่แก้ได้ยาก เช่น ปัญหายาเสพติด ที่ประเทศไทยทำมานานร่วม 30 ปี เป็นปัญหาที่แก้ยาก ปัญหายาเสพติดมีการเปรียบเทียบเหมือนถังน้ำที่ไม่เคยพร่อง มีแต่ล้นเต็ม เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ มีปัจจัยมาจากการจัดการปัญหายาเสพติดไม่ได้ มีผู้เสพใหม่เข้ามา และที่หนักไปกว่านั้นคือ เสพติดรายเก่าที่ผ่านการบำบัดกลับมาเสพซ้ำ วงจรดังกล่าวทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ดีขึ้น “ดังนั้นโครงการชุมชนล้อมรักษ์ เป็นโครงการที่ สสส.ต้องการให้เห็นว่าถ้ามีทางเลือกใหม่ คือ จากเดิมบำบัด 2-4 เดือนแล้วปล่อยกลับบ้าน มีการเยี่ยมบ้าน นัดประชุมเท่านั้น แต่ที่บ้านไร่ จะเรียกว่า “ผู้กล้า” มาช่วยขับเคลื่อน หลังจากบำบัดครบ 4 เดือน และที่เหลืออีก 8 เดือน จะติดตามมาประชุม ถามไถ่ความเป็นไปของผู้กล้าที่จะไม่กลับไปเสพยาซ้ำภายใน 1 อาทิตย์ ว่าเขาทำได้อย่างไร จะทำให้สมองส่วนคิดซึมซับและดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อครบ 1 ปีแล้ว จะเป็นรากฐานที่สำคัญที่เขาไม่กลับไปเสพซ้ำ” นพ.ยงยุทธ ระบุ นพ.ยงยุทธ ระบุว่า อย่างไรก็ตาม ภาวะสมองติดยา จะหายได้ คือต้องไม่ให้สมองได้รับยาเสพติดภายใน 1 ปี และในช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องมีการฟื้นฟูสมองส่วนความคิดให้มีความสามารถในการควบคุมสมองส่วนที่อยาก ซึ่งในกระบวนการนี้มีอยู่ในกระบวนการบำบัด โดยใช้เรื่องสติบำบัดและCBTx บำบัดมาหลอมหลวมให้เป็นโปรแกรมที่มีพลังมากขึ้นดีกว่าใช้โปรแกรมเดียวแล้วนำมาใช้ดูแลต่อเนื่องในชุมชนให้ครบปี พ.ต.ต.ธนกฤต แก้วพานิช ผู้แทนตำรวจ สภ.บ้านไร่ กล่าวว่า ที่เลือกดำเนินการใน หมู่ 1 และ หมู่ 10 เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ การดำเนินการค้นหาผู้เสพยาอย่างต่อเนื่อง ทุกบ้าน ที่ผ่านมาสามารถคัดกรองผู้เสพได้ 28 ราย ได้ส่งต่อให้ทางสาธารณสุขทำการบำบัดต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน ส่วนผู้ค้าจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย หลังจากนั้น จะมีการสอนฝึกอาชีพให้กับผู้กล้า เช่น สอนการเพาะปลูก ทำเกษตรกรรม หรือสอนทำน้ำยาล้างจาน นั่งสมาธิ สำหรับตัวผู้เสพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



