อุทยานฯ ยันจนท.เสียชีวิตจากเสือโคร่งทำร้าย การล่าเหยื่อมีหลายแบบ ไม่จำเป็นต้องพบรอยเลือด
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 15:55อ่าน 3 นาที

กรมอุทยานฯ ยืนยัน จนท.เสียชีวิตจากเสือห้วยขาแข้งทำร้าย เผยพฤติกรรมล่าเหยื่อมีหลายแบบ ทั้งกระโจนแล้วลาก-ขโมยซาก-คาบแล้วลาก ย้ำเป็นไปได้หากอีกฝ่ายหลับลึก จนไม่รู้สึกตัว
อ่านข่าวในหมวด สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ไม่เกิดการต่อสู้ ไม่จำเป็นต้องพบรอยเลือด เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ นายศักดิ์กรินทร์
วิชาจารย์ พนักงานราชการ สังกัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุสัตว์ป่าทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยระบุดังนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตามที่มีการเผยแพร่และแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของนายศักดิ์กรินทร์ โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลักษณะร่องรอยและพฤติกรรมของสัตว์ป่า
รวมถึงข้อสันนิษฐานว่านายศักดิ์กรินทร์อาจไม่ได้ถูกสัตว์ป่าทำร้ายนั้น หน่วยงานขอชี้แจงข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
1.กรณีรอยลากร่างที่มีข้อสงสัยว่าไม่ใช่ร่องรอยของสัตว์ป่า จากการตรวจสอบและประเมินโดยทีมนักวิจัยเสือโคร่ง พบว่า
สถานการณ์ล่าสุด
ลักษณะรอยที่ตรวจพบสอดคล้องกับร่องรอยที่เกิดจากพฤติกรรมการลากเหยื่อของเสือโคร่งไปตามพื้นดิน ดังนั้น ร่องรอยดังกล่าวจึงมีลักษณะที่สามารถอธิบายได้ตามพฤติกรรมของเสือโคร่ง
มิใช่ข้อบ่งชี้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่า 2.กรณีไม่พบร่องรอยการต่อสู้และหยดเลือดบริเวณที่นอนและจุดพบร่าง มีข้อสงสัยว่า หากเป็นการถูกเสือโคร่งทำร้าย เหตุใดจึงไม่พบร่องรอยการต่อสู้
หรือหยดเลือดบริเวณที่นายศักดิ์กรินทร์นอน รวมถึงบริเวณที่พบร่าง ในประเด็นนี้ ข้อมูลจากนักวิจัยเสือโคร่งระบุว่า โดยทั่วไปการล่าเหยื่อของเสือโคร่งจะใช้วิธีซุ่มรอและกระโจนเข้าหาเหยื่อ
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อทำให้เหยื่อล้มลง จึงอาจพบร่องรอยการต่อสู้ระหว่างเสือโคร่งกับเหยื่อได้ อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของเสือโคร่งไม่ได้มีเฉพาะการล่าเหยื่อในลักษณะดังกล่าวเท่านั้น
แต่ยังมีพฤติกรรมการขโมยซาก หรือขโมยเหยื่อที่มีขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก ซึ่งมักเป็นการงับ หรือคาบแล้วลาก หรือเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณอย่างรวดเร็ว สำหรับกรณีของนายศักดิ์กรินทร์
ลักษณะร่องรอยที่ตรวจพบมีความสอดคล้องกับความเป็นไปได้ในลักษณะดังกล่าว โดยมีข้อสันนิษฐานว่า หากผู้เสียชีวิตอยู่ในภาวะหลับลึกและไม่รู้สึกตัวในขณะที่เสือโคร่งเข้าถึงตัว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ก็อาจไม่เกิดการต่อสู้ และจึงไม่จำเป็นต้องพบร่องรอยเลือดหรือร่องรอยการต่อสู้บริเวณที่นอน 3.กรณีข้อสงสัยว่านายศักดิ์กรินทร์อาจไม่ได้ถูกสัตว์ป่าทำร้าย
ประเด็นดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อมูลสำคัญ ดังนี้ ผลการชันสูตรโดยแพทย์ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิต
ได้แก่ • CERVICAL SPINE FRACTURE • ANIMAL BITE ผลการชันสูตรพลิกศพโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรลานสัก ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก สัตว์ป่าทำร้าย
ใบมรณบัตรของนายศักดิ์กรินทร์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า กระดูกสันหลังส่วนคอหักจากสัตว์ทำร้าย จากข้อมูลข้างต้น จึงขอให้ประชาชนพิจารณาข้อมูลโดยอาศัยหล…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



