ยิ่งชีพ กาง ป.วิอาญา โต้แจ้งความตามภูมิลำเนา ไม่มีในกฎหมาย เตือนตำรวจ รับคดีเสี่ยงผิด
อัปเดตเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:34อ่าน 3 นาที

ยิ่งชีพ กาง ป.วิอาญา โต้แจ้งความตามภูมิลำเนา ไม่มีในกฎหมาย เตือนตำรวจ รับคดีเสี่ยงผิด เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ได้โพสต์ เอกสารประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมวด 2 ที่ระบุถึงอำนาจสืบสวนและสอบสวนของตำรวจ โดยระบุว่า ตามหลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18
คดีจะริเริ่มขึ้นที่ไหนได้บ้าง ใครจะไปแจ้งความต่อตำรวจแล้วตำรวจจะต้องรับทำคดีบ้าง ตำรวจในแต่ละท้องที่จะรับคดีได้ต้องมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1)
รายละเอียดเพิ่มเติม
เป็นท้องที่ที่เหตุแห่งคดีเกิดขึ้น 2) เป็นท้องที่ที่ผู้ต้องหามีถิ่นที่อยู่ 3) เป็นท้องที่ที่ผู้ต้องหาถูกจับ (ผู้ต้องหาอยู่ตรงนั้น)
ไม่มีกฎหมายใดที่ระบุว่าสามารถแจ้งความตามภูมิลำเนาของผู้เสียหาย หรือสถานที่ที่ผู้เสียหายสะดวกได้ หลักการนี้ในทางกฎหมายในระยะยาว ผมว่ามันถกเถียงกันได้อยู่ว่าดีที่สุดหรือยัง
สมมติว่าผมไปเที่ยวเชียงใหม่ ขากลับโดนขโมยของที่สนามบินตอนที่จะขึ้นเครื่องบินอยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าใครขโมย ถ้าจะแจ้งความมีทางเดียว คือ ผมต้องทิ้งตั๋วแล้วไปแจ้งความที่เชียงใหม่เท่านั้น
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุคดี ซึ่งผมไม่สะดวก แต่ถ้าผมขึ้นเครื่องบินกลับบ้านมาก่อนแล้วแจ้งความที่กรุงเทพได้ สำหรับผู้เสียหายแล้วสะดวกกว่า
แล้วตำรวจที่กรุงเทพก็ค่อยส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้ตำรวจที่เชียงใหม่ช่วยสืบต่อ น่าจะดีกับผู้เสียหายมากกว่า แต่อย่างไรก็ดีวันนี้กฎหมายเขียนว่ า
ถ้าคดีเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ผมต้องไปแจ้งความที่เชียงใหม่เท่านั้น หรือถ้ารู้ว่าผู้ต้องหาเป็นใครก็ไปแจ้งความตามที่อยู่ของผู้ต้องหาก็ได้
มุมมองและผลกระทบ
วัตถุประสงค์ที่กฎหมายเขียนเช่นนี้เพื่อต้องการไม่ให้คนแจ้งความสามารถใช้กระบวนการทางกฎหมายกลั่นแกล้งคนที่ถูกแจ้งความได้
ถ้าจะดำเนินคดีต่อเขาก็ต้องดำเนินคดีในสถานที่เหตุต้นเรื่องนั้นเกิดขึ้นหรือในสถานที่ที่ไม่เป็นภาระกับเขาเกินไป อย่างไรก็ดี
ทุกวันนี้มีคนใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อการกลั่นแกล้งคนอื่นอยู่บ้าง ในคดีหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ คนที่ถูกวิจารณ์แล้วรับคำวิจารณ์ไม่ได้ ก็จะอ้างว่า ตัวเอง “พบเห็น”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ข้อความที่ถูกด่าตอนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล แล้วอาศัยช่องว่างของมาตรา 18 บอกว่า “คดีเกิดขึ้น” ในพื้นที่ที่มีการพบข้อความ ซึ่งไม่ได้อ้างว่า
ผู้แจ้งความสะดวกที่ไหนแต่อ้างว่าพบข้อความและคดีเกิดที่นั่น ก่อนหน้านี้มีหลายคดี เช่น ที่นราธิวาส ที่เชียงราย ที่พะเยา ที่แม่สอด ฯลฯ
เพื่อหวังให้ผู้ต้องหามีภาระมากขึ้นในการเดินทางจะได้หวาดกลัวและหยุดพู ด คดีทางไกลที่เคยเห็นเกิดจากการโพสต์ออนไลน์ โดยคนแจ้งความอ้างได้ว่า ไม่รู้คนโพสต์ตอนกดโพสต์อยู่ที่ไหน
จึงถูกอ้างอิงว่าคดีเกิดขึ้นตอนที่มีการพบข้อความ แน่นอนว่าผมไม่เห็นด้วยแต่กฎหมายเรื่องนี้ยังเป็นช่องว่างให้มันเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า และต้องการการแก้ไขเพื่ออุดช่องว่างต่อไป
หลายวันมานี้ผมเห็น ผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเมืองหลายคนอ้างหลักกฎหมายผิดผมก็ไม่สบายใจ เพราะกฎหมายตอนนี…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



