ครม.เห็นชอบความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ มีผลทันทียกระดับโรงเรียนทั่วประเทศ คัดกรองอาวุธ-ซ้อมแผนเผชิญเหตุ
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 08:47อ่าน 3 นาที

วานนี้ (11 สิงหาคม) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พิจารณายกระดับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็น วาระแห่งชาติ และ ครม. มีมติเห็นชอบตามที่เสนอ ภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงในโรงเรียนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569
โดยมุ่งยกระดับการป้องกันและรับมือเหตุในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้เด็ก ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ สำหรับมาตรการที่มีผลทันที
รายละเอียดเพิ่มเติม
กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศมาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ให้สถานศึกษาดำเนินการทันที โดยกำหนดให้เป็น ‘เขตพื้นที่ปลอดภัย (School Safety Zone)’
พร้อมจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยประจำสถานศึกษา จัดทำและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน และบูรณาการการทำงานกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หัวใจสำคัญคือการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ด้วยการตรวจค้นและคัดกรองอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย และสิ่งของอันตรายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการจัดระบบดูแลสุขภาพจิต
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อให้มาตรการความปลอดภัยครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจของนักเรียน ครู และบุคลากร ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการเร่งดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยทำงานร่วมกับนักจิตวิทยา
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีม MCATT ของกรมสุขภาพจิต พร้อมเตรียม ‘ห้องพักใจ (Safe Room)’ เพื่อเป็นพื้นที่ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ
และเตรียมความพร้อมครูและผู้ปกครองให้สามารถดูแลนักเรียนได้อย่างเหมาะสมก่อนกลับเข้าสู่การเรียนตามปกติ ส่วนการวางระบบระยะยาว
มุมมองและผลกระทบ
กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายแม่บทด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อวางระบบการดูแลนักเรียนและนักศึกษาอย่างยั่งยืน พร้อมติดตามและประเมินสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ
รวมถึงคัดกรองภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) ในระยะ 1 เดือน 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อให้การเยียวยาไม่จบลงเพียงหลังเหตุการณ์ แต่ดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
“รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และจะไม่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข แต่จะเร่งป้องกัน เตรียมพร้อม และดูแลเด็กทั้งกายและใจ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยกระทรวงศึกษาธิการจะประสานขอความร่วมมือไปยังทุกกระทรวงที่มีสถานศึกษาในสังกัด ให้นำมาตรการความปลอดภัยไปปรับใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้เรียนให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ
และสร้างความมั่นใจให้เด็ก ครู และผู้ปกครองว่าโรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของเด็กทุกคน” ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์กล่าว ทั้งนี้
กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปลอดภัยและการใช้เครื่องมือสื่อสารหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนและนักศึกษาในสถานศึกษา
ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (Law.go.th) ระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม-9 กันยายน 2569 เพื่อวางกฎหมายแม่บทและระบบรองรับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาในระ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



