ถอดโมเดล ‘แฟนด้อม คาแร็กเตอร์’ เมื่อ ‘แมสคอต’ เป็นมากกว่าความน่ารัก
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:52อ่าน 3 นาที

ถอดโมเดล ‘แฟนด้อม คาแร็กเตอร์’ เมื่อ ‘แมสคอต’ เป็นมากกว่าความน่ารัก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บทบาทของ “Brand Character” เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ประเด็นสำคัญ
จากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นเพียงแมสคอตหรือสัญลักษณ์ของแบรนด์ สู่การเป็นตัวละครที่มีบุคลิก มีเรื่องราว และสามารถสื่อสารกับผู้ติดตามได้
จนกลายเป็นสินทรัพย์ทางการตลาดที่สร้างคุณค่ามากกว่าการจดจำโลโก้หรือภาพลักษณ์องค์กร ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดในธุรกิจบันเทิง โดยเฉพาะการสร้าง “Fandom Character”
รายละเอียดเพิ่มเติม
หรือตัวละครที่เติบโตเคียงข้างศิลปินและแฟนคลับ ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นสินค้าหรือของสะสม แต่กลายเป็นอีกหนึ่ง “บุคคล” ในระบบนิเวศของแฟนด้อม
หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ GMMTV ที่สร้างแมสคอตประจำคู่ศิลปิน พร้อมกำหนดบุคลิกและบทบาทของตัวละครให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ก่อนต่อยอดให้มีพื้นที่สื่อสารบนโซเชียลมีเดียในฐานะตัวละครที่สามารถพูดคุย โต้ตอบ และมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับได้ด้วยตัวเอง แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการสร้าง “Brand
สถานการณ์ล่าสุด
Character” ไปสู่การสร้าง “Character IP” (Intellectual Property) ที่สามารถดำรงอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการปรากฏตัวของศิลปินตลอดเวลา
คาแร็กเตอร์จึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบประกอบแบรนด์ แต่กลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งของการเล่าเรื่องและสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้ติดตาม ตัวอย่างที่ได้รับความสนใจ เช่น
“โพก้าซัง” ของคู่ เต-ตะวัน วิหครัตน์ และนิว-ฐิติภูมิ เตชะ อภัยคุณ หรือ “เพิ่มพูน” ของคู่ ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ และภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งถูกออกแบบให้มีบุคลิกเฉพาะตัว จนผู้ติดตามสามารถจดจำและมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครได้แยกจากศิลปิน แม้จุดเริ่มต้นของความนิยมจะมาจากฐานแฟนคลับเดิม แต่เมื่อคาแร็กเตอร์มีตัวตนชัดเจน
ก็สามารถสร้างฐานผู้ติดตามของตัวเองได้ในเวลาต่อมา “โพก้าซัง” ของคู่ เต-ตะวัน วิหครัตน์ และนิว-ฐิติภูมิ เตชะ อภัยคุณ ในเชิงการสื่อสาร นี่คือการสร้าง “Emotional
Connection” ผ่าน “ตัวละคร” มากกว่าการสื่อสารตรงจากแบรนด์ เพราะแฟนคลับไม่ได้ติดตามเพียงผลงานของศิลปิน แต่ยังติดตามเรื่องราว ความเคลื่อนไหว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และบทสนทนาของคาแร็กเตอร์ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในโลกออนไลน์ ความสัมพันธ์จึงขยายจากแฟนกับศิลปิน ไปสู่แฟนกับตัวละครที่มีบทบาทในจักรวาลเดียวกัน อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ
คาแร็กเตอร์เหล่านี้เริ่มทำหน้าที่คล้าย “อินฟลูเอนเซอร์เสมือน” (Virtual Influencer) แม้จะไม่ได้ใช้เทคโนโลยี AI หรือภาพเสมือนจริงเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ดิจิทัล
แต่มีองค์ประกอบสำคัญเหมือนกัน คือมีบุคลิกเฉพาะ มีผู้ติดตาม มีการสื่อสารสม่ำเสมอ และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมในโซเชียลมีเดียได้ด้วยตัวเอง ข้อได้เปรียบของโมเดลนี้คือ
การกระจายความเสี่ยงในการสื่อสารแบรนด์ เพราะความนิยมไม่ได้ผูกติดอยู่กั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



