แบตเตอรี่กำลังจะมีมอก.ควบคุม!
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

จากข่าวที่กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอร่างกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้มาตรฐาน มอก.ใหม่กับแบตเตอรี่และพาวเวอร์แบงก์ (อิงมาตรฐานสากล IEC 62133) โดยมีผลกลางปี 2570
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อาจดูเหมือนเป็นแค่การอัปเดตข้อบังคับทางกฎหมายทั่วไปเพื่อป้องกันอุบัติเหตุแบตเตอรี่ระเบิด แต่หากมองให้ลึกลงไปในระดับโครงสร้าง นี่คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่สะท้อนถึงเทรนด์เศรษฐกิจ
เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถขยายความออกเป็น 4 แนวโน้มหลัก ดังนี้ครับ 1.ยุคสิ้นสุด “สินค้าลักไก่” และการคัดกรอง e-Commerce ข้ามแดน
รายละเอียดเพิ่มเติม
เนื่องจากที่ผ่านมา ตลาดพาวเวอร์แบงก์และแบตเตอรี่ในไทยถูกถาโถมด้วยสินค้าราคาถูกที่ไม่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งทะลักเข้ามาผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce ข้ามแดน
สินค้าเหล่านี้มักตัดลดต้นทุนด้วยการใช้เซลล์แบตเตอรี่เกรดต่ำ หรือไม่มีระบบตัดไฟ (BMS-Battery Management System) ที่ปลอดภัย การประกาศใช้ มอก.เล่มใหม่ (มอก. 62133 เล่ม 1-2 และ มอก.
2879-2567) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานโลก คือ การตั้ง “กำแพงมาตรฐานสินค้า” เพื่อคัดกรองสินค้าด้อยคุณภาพออกไปจากระบบออนไลน์ ในอนาคต แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสจะถูกบีบให้ต้องตรวจสอบใบอนุญาต
สถานการณ์ล่าสุด
มอก.ของผู้ขายอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่ปลอดภัยขึ้น แม้อาจแลกมาด้วยราคาสินค้าเริ่มต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนการทดสอบความปลอดภัย 2.แบตเตอรี่กลายเป็น
“หัวใจ” ของทุกอุตสาหกรรม (Everything on Battery) เรากำลังอยู่ในยุคที่อุปกรณ์รอบตัวถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นระบบไร้สายและใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียม ตั้งแต่สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก
บุหรี่ไฟฟ้า พัดลมพกพา โดรน เครื่องมือช่าง ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงานในบ้าน การควบคุมมาตรฐานแบตเตอรี่ระดับชิ้นส่วน จึงเป็นการวางรากฐานเพื่อรองรับ
มุมมองและผลกระทบ
“ห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต” หากประเทศไทยต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิต EV หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
การมีมาตรฐานห้องปฏิบัติการทดสอบและกฎหมายที่ทัดเทียมสากลคือภาคบังคับที่ปฏิเสธไม่ได้ เพื่อให้สินค้าที่ผลิตในไทยสามารถส่งออกไปได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียเวลาทดสอบซ้ำ
3.การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี: จากลิเทียมไอออน สู่ยุค Solid-State และความยั่งยืน การที่มาตรฐานใหม่กำหนดให้ทดสอบการทนต่ออุณหภูมิสูง แรงสั่นสะเทือน และรอบการชาร์จซ้ำ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สะท้อนถึงข้อจำกัดของ “ลิเทียมไอออน” (Lithium-ion) ในปัจจุบันที่มักเกิดสภาวะความร้อนสูงเกินควบคุม
จนเกิดการลุกไหม้ข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้นนี้จะเป็นแรงบีบทางเทคโนโลยีให้ผู้ผลิตต้องเร่งวิจัยและเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น เช่น Solid-State Battery:
แบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์ของแข็งที่ไม่ติดไฟ Sodium-ion Battery: แบตเตอรี่โซเดียมที่มีความปลอดภัยสูงและราคาถูกลง และ Circular Economy:
การกำกับดูแลเรื่องการรีไซเคิลและการจัดการขยะแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีหลังหมดอายุใช้งาน ซึ่งจะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ถัดไปที่รัฐบาลต้องออกกฎหมายมารองรับ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



