‘สุขสมรวย’ ดันกองทุนหมู่บ้าน พลิกโฉมสู่สถาบันการเงินชุมชน สางหนี้นอกระบบ
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 09:25อ่าน 3 นาที

รัฐบาลเดินหน้าเติมทุนกองทุนหมู่บ้านกว่า 79,610 กองทุน วงเงิน 4,452 ล้านบาท หวังลดภาระดอกเบี้ยและสร้างเงินทุนประกอบอาชีพ พร้อมเร่งฟื้นฟูกองทุน “สีแดง” ให้กลับมามีวินัย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ปูทางยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชน แก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน 15 สิงหาคม 2569 - นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เปิดเผยถึงแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในระยะต่อไปว่า ภายหลังรัฐบาลนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
รายละเอียดเพิ่มเติม
ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานรากครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง”
โดยบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ในระยะสั้น
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายและแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยจัดสรรงบประมาณ 4,452 ล้านบาท ให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองกว่า 79,610 กองทุน
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมและมีต้นทุนต่ำ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่างบประมาณดังกล่าวต้องไม่ใช่เพียงการ “เติมเงิน” เข้าสู่ระบบ แต่ต้องเปลี่ยนเป็น
ทุนประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้ครอบครัว และเป็นเงินหมุนเวียนภายในชุมชน เพื่อให้เม็ดเงินเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง รัฐบาลจะเติมทุนให้กองทุนตามผลการดำเนินงานแบบขั้นบันได
ตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 150,000 บาท เพื่อชดเชยกรณีที่กองทุนลดอัตราดอกเบี้ยให้สมาชิกสูงสุด 50% โดยการลดภาระดอกเบี้ยจะช่วยให้สมาชิกมีเงินเหลือสำหรับการดำรงชีพและประกอบอาชีพมากขึ้น
มุมมองและผลกระทบ
ขณะเดียวกันเงินดังกล่าวจะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ นางสุขสมรวยกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยยกระดับบทบาทของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
จากแหล่งเงินทุนระดับชุมชนไปสู่การเป็น กลไกทางการเงินที่ประชาชนพึ่งพาได้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาไปสู่สถาบันการเงินชุมชนในอนาคต
สำหรับการยกระดับคุณภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สทบ. ได้จัดกลุ่มกองทุนตามผลการดำเนินงานเป็น สีเขียว สีเหลือง และสีแดง โดยภารกิจสำคัญในระยะต่อไปคือการเข้าไปฟื้นฟูกองทุน “สีแดง”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งเคยประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการ ให้สามารถกลับมาดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีวินัยทางการเงินอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการติดตามงบประมาณการเพิ่มทุนใน เงินล้านที่ 2
ซึ่งยังคงค้างอยู่ประมาณ 3,400 ล้านบาท เพื่อให้ทุกหมู่บ้านได้รับโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนอย่างเท่าเทียม อย่างไรก็ตาม หากพบกรณีทุจริตหรือมีเจตนาทำให้เกิดความเสียหาย
จะมีมาตรการดำเนินการอย่างเด็ดขาด ด้านนายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กล่าวว่า
เป้าหมายระยะยาวคือการผลักดันกองทุนหมู่บ้านให้สามารถยกระดับเป็น สถาบันการเงินชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้มีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน โดยกองทุนหมู่บ้านจะทำงานร่วมกับธนาคาร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



