โสภณเยี่ยมคารวะ ประธานาธิบดีเวียดนาม ดูงานศูนย์บำบัดยาเสพติด ยกระดับความร่วมมือ
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 19:36อ่าน 3 นาที

โสภณ เยี่ยมคารวะ ประธานาธิบดีเวียดนาม สานต่อหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน พร้อมดูงานศูนย์บำบัดยาเสพติด แลกเปลี่ยนแนวทางยกระดับความร่วมมือ หวังต่อยอดพัฒนานโยบาย-กฎหมายไทย เมื่อวันที่ 7
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สิงหาคม นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร นำคณะผู้แทนรัฐสภาไทย พร้อมด้วย น.ส.อุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย
ศึกษาดูงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ ศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งที่ 1 ตำบลเฮียนบ่าย กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมี พันตำรวจเอกอาวุโส เหงวียน ดึ๊ก ลอง
รายละเอียดเพิ่มเติม
(Senior Colonel Nguyen Duc Long) รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลฮานอย ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติด ตลอดจนแนวทางการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของกรุงฮานอย นายโสภณ
กล่าวว่า การเดินทางเยือนเวียดนามครั้งนี้ ตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและเวียดนาม
มีวัตถุประสงค์สำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในประเด็นด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ พร้อมแสดงความสนใจต่อระบบการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของเวียดนาม
เพื่อนำแนวทางที่เหมาะสมมาศึกษาและประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายและกฎหมายของประเทศไทย นายโสภณ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายในการแก้ไขปัญหายาเสพติด
โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชน รวมถึงประเด็นการกำหนดสถานะทางกฎหมายของผู้เสพยาเสพติด ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงในเชิงนโยบาย
มุมมองและผลกระทบ
จึงเห็นว่าประสบการณ์ของเวียดนามทั้งในด้านการบำบัดฟื้นฟูและการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของฝ่ายไทย
พร้อมยืนยันว่ารัฐสภาไทยพร้อมผลักดันการพัฒนากฎหมายและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามพรมแดน
และการคุ้มครองเยาวชนจากภัยยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ด้านฝ่ายเวียดนาม กล่าวว่า ผู้เสพยาเสพติดคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา โดยรัฐจัดสรรงบประมาณบำบัดฟื้นฟูทั้งด้านการแพทย์ จิตวิทยา
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการฝึกอาชีพ ใช้เวลาบำบัดประมาณ 2 ปีสำหรับผู้เสพครั้งแรก ขณะที่ ผู้ค้ายาและผู้ลักลอบขนส่งถือเป็นผู้กระทำผิดทางอาญา มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
พร้อมตั้งเป้าขับเคลื่อนกรุงฮานอยสู่การเป็นเมืองปลอดยาเสพติดภายในปี 2573
พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามพรมแดน จากนั้น นายโสภณ เข้าเยี่ยมคารวะ นายโต เลิม (H.E. Mr. To Lam)
เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 50
ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและเวียดนาม โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อสานต่อความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



