พณ.ลุยตรวจนอมินี ‘เกาะเต่า-พะงัน’ พบต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เช็กต่อเข้าข่ายนอมินี
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:07อ่าน 3 นาที

พณ.ลุยตรวจนอมินี ‘เกาะเต่า-พะงัน’ จ.สุราษฎร์ธานี พบต่างชาติทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เช็กต่อเข้าข่ายนอมินี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์
ประเด็นสำคัญ
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ทีมปราบนอมินี กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจนำเที่ยว ณ เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน
จ.สุราษฎร์ธานี ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ แก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจ ท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (NOMINEE) ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว
รายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีเป้าหมายในการตรวจสอบบริษัทที่มีใบอนุญาตนำเที่ยว ซึ่งมีคนต่างชาติร่วมถือหุ้น
โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้ มีเป้าหมายตรวจสอบ 12 บริษัท ผลการตรวจสอบปรากฏ ดังนี้ 1. ตรวจพบการกระทำความผิด 2 ราย ได้แก่ 1.1)
บริษัทนำเที่ยวพบกรรมการและผู้ถือหุ้นให้ข้อมูลการประกอบธุรกิจว่ามีบริการสอนดำน้ำ และอยู่ระหว่างขออนุญาตประกอบกิจการห้องพักแบบโฮสเทล จากการตรวจสอบบริษัทดังกล่าว
สถานการณ์ล่าสุด
มีกรรมการผู้มีอำนาจชาวต่างชาติ 1 ราย และชาวไทย 1 ราย ซึ่งขัดกับ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ที่กำหนดว่า กรรมการเกินกึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย
กรมการท่องเที่ยวจึงได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตนำเที่ยว นอกจากนี้ ยังพบชาวต่างชาติสอนดำน้ำที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว นอกจากนี้
ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการตรวจสอบบริษัทว่ามีพฤติกรรมในลักษณะนอมินีหรือไม่ พร้อมตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่ให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนบริษัทแก่บริษัทรายดังกล่าวด้วย 1.2)
มุมมองและผลกระทบ
ตรวจพบบริษัทนำเที่ยวประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตสาขา ซึ่งกรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง 2. ตรวจสอบบริษัทเป้าหมายอีก 10 ราย พบว่า บริษัทปิดชั่วคราว 1 ราย
และอีก 9 ราย พบกรรมการและผู้ถือหุ้นให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจว่า ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการดำน้ำ หรือสอนดำน้ำ ต่างชาติที่เข้ามาร่วมลงทุนมีหลากหลายสัญชาติ
มีสัดส่วนการถือครองหุ้น และสัดส่วนกรรมการ ไม่ขัดกับกฎหมายของกรมการท่องเที่ยว และพบว่ากรรมการและพนักงานชาวต่างชาติมีใบอนุญาตการทำงานถูกต้อง โดยคนไทยมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะดำเนินการตรวจสอบธุรกิจนอมินีอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลและเทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยง
เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดกฎหมาย พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
และมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การปราบปรามธุรกิจนอมินีเห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมชัดเจน สร้างความเป็นธรรมให้แก่ภาคธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน
พร้อมกันนี้ ขอเตือนผู้ประกอบธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาต…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



