สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วลุยตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” แก้ปัญหาถูกทุนจีนกดราคา
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 16:50อ่าน 3 นาที

สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วลุยตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” แก้ปัญหาถูกทุนจีนกดราคา หวังรัฐหนุน IT สร้างความโปร่งใส ยกระดับเกษตรกรอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม จากกรณีที่นางศุภจี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดตั้ง
“ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งก็ได้มีการสะท้อนปัญหาที่สะสมยาวนาน ทั้งการถูกกดราคาและการนับผลผลิตที่ไม่เป็นธรรมจากพ่อค้าคนกลางและล้งต่างชาติ ส่งผลให้ไม่สามารถกำหนดราคาขายได้ด้วยตนเอง
ขณะที่มะพร้าวขนาดกลางมักถูกนับรวมกับขนาดเล็ก ทำให้เกษตรกรเสียเปรียบอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานที่ผ่านมานั้น ล่าสุดนายภัฏ สุริวงษ์
คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วและเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวแทนสหกรณ์การเกษตรอำเภอบ้านแพ้ว เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีล้งจากต่างประเทศ(ส่วนใหญ่ล้งจีน)
สถานการณ์ล่าสุด
เข้ามาดำเนินธุรกิจและมีการรวมกลุ่มกำหนดราคา ทำให้เกษตรกรขาดอำนาจต่อรอง โดยเฉพาะมะพร้าวจากบ้านแพ้วซึ่งมีลักษณะทางกายภาพแตกต่างจากแหล่งอื่น แต่กลับถูกตีราคาในมาตรฐานเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม จากการที่ภาครัฐโดยกระทรวงพาณิชย์ได้เข้ามาสนับสนุนแนวทางจัดตั้ง “ล้งชุมชน” ภายใต้การบริหารของสหกรณ์ เพื่อเป็นกลไกแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบนั้น
ทางสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วมีความพร้อมดำเนินการอยู่แล้ว โดยมีสมาชิกผู้ปลูกมะพร้าวกว่า 800 ราย ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 4,000–5,000 ไร่
มุมมองและผลกระทบ
แต่สมาชิกบางรายยังไม่มั่นใจในการจัดตั้งล้งได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ดังนั้น การจะตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ให้มีความมั่นคง และยั่งยืน
ก็จะต้องมีการวางแนวทางการดำเนินการที่รัดกุมและชัดเจน ที่สำคัญคือ การสนับสนุนจากภาครัฐตามแนวทางของสหกรณ์ โดยแผนการดำเนินงานตามที่มีการหารือกันไว้แล้วนั้น ระยะแรก
จะรวบรวมสมาชิกและจัดทำข้อตกลงรับซื้อผลผลิตระยะยาว 1–2 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงด้านตลาด จากนั้นในระยะที่ 2 จะจัดตั้งทีมตัด ทีมขนส่ง และระบบควบคุมคุณภาพ โดยใช้เทคโนโลยี เช่น GPS
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และระบบติดตามผ่านมือถือ เพื่อให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ ส่วนจุดสำคัญคือ การนำระบบสายพานและเทคโนโลยีไอทีเข้ามาช่วยคัดแยกและนับผลผลิตอย่างเป็นธรรม
โดยกำหนดมาตรฐานขนาดมะพร้าวอย่างชัดเจน แยกเป็นหลายไซด์ เพื่อลดปัญหาการนับควบที่ทำให้เกษตรกรเสียประโยชน์ นอกจากนี้ สหกรณ์ยังวางแผนบริหารจัดการผลผลิตใน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่
การแปรรูปและจำหน่ายในแบรนด์ของสหกรณ์,การแลกเปลี่ยนสินค้ากับสหกรณ์ในจังหวัดอื่น เช่น ข้าวสาร น้ำตาล และผลไม้ตามฤดูกาล,การร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีศักยภาพส่งออกและไม่กดราคาเกษตรกร และ
การสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาด ทั้งนี้ สหกรณ์ยังมุ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



