‘ภัทรพงศ์’ สั่งเร่งฟื้นฟูเส้นทางน้ำท่วมน่าน ระดมเครื่องจักรช่วยประชาชน
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 16:09อ่าน 3 นาที

‘ภัทรพงศ์ ’ ลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมน่าน ตรวจจุดเสียหาย สั่ง ‘ทล.-ทช.’ เร่งสำรวจและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์ช่วยประชาชนหลังน้ำลดกำชับ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ติดตั้งป้ายเตือน และเตรียมแผนอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ ทย. เฝ้าระวังสนามบินน่านนครเต็มพิกัด 21 ส.ค.2569-นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม
พร้อมติดตามแนวทางการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนของหน่วยงานในสังกัดว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่
ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ดินสไลด์
และความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในเส้นทาง ทล.1168 ทล.1169 และ ทล.1081
สถานการณ์ล่าสุด
ก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยบน ทล.1371 บริเวณสะพาน กม. ที่ 0+600 ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสถานการณ์อุทกภัย
พร้อมตรวจเยี่ยมและพูดคุยกับผู้ประสบภัยเพื่อสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาผลกระทบในเบื้องต้น ณ อบต.ศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน
โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมสนับสนุนเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าช่วยทำความสะอาดบ้านเรือนภายหลังน้ำลด
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับเข้าพักอาศัยและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยบน ทล.101 กม. ที่ 429+800 เพื่อติดตามสถานการณ์
ตรวจสอบความเสียหาย และการดำเนินงานฟื้นฟูเส้นทางภายหลังน้ำลดลงจากหน่วยงานในพื้นที่ โดยได้กำชับให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งสำรวจความเสียหายของเส้นทาง สะพาน
และโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ให้พร้อมเข้าดำเนินการในจุดที่ได้รับผลกระทบ โดยให้เร่งแก้ไขในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ส่วนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักและต้องใช้งบประมาณหรือดำเนินการในลักษณะโครงการ ให้จัดทำแผนฟื้นฟูเสนอตามขั้นตอน พร้อมให้ตรวจสอบสภาพถนน
สะพาน ระบบระบายน้ำ และสิ่งอำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ ให้มีความพร้อมก่อนเปิดใช้งานตามปกติ รวมถึงเร่งเก็บกู้สิ่งกีดขวางและปรับปรุงจุดที่ชำรุดเสียหาย
“ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง และมีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นลำดับแรก และให้หน่วยงานในพื้นที่ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ ป้ายเตือน
และสิ่งอำนวยความปลอดภัย เพื่อจัดการเส้นทางในการเดินทางและอพยพพี่น้องประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่ภาครัฐจัดเตรียมไว้ให้ รวมถึงให้ติดตั้งป้ายเตือนประชาชนในบริเวณที่ประสบภัย เพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



