กมธ. กฎหมายฯ ถกปมคัดลอกงานวิจัย มช. จี้อธิการบดีแจงเหตุตั้งสอบวินัยไม่ร้ายแรง
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 18:33อ่าน 3 นาที

ข้อครหาเกี่ยวกับการคัดลอกและแอบอ้างผลงานทางวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา ถูกนำเข้าหารือในท่ีประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เพื่อตรวจสอบกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับสิทธิความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยระหว่างคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)
เชื่อมโยงกับข้อสงสัยเรื่องการทุจริตเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวานนี้ (20 สิงหาคม) รังสิมันต์
รายละเอียดเพิ่มเติม
โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาการดำเนินการตามกฎหมาย
กรณีข้อร้องเรียนการคัดลอกงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้เชิญบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล ประกอบด้วย ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (อว.), ผู้แทนเลขาธิการ ป.ป.ช., ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ผู้อำนวยการ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนักวิชาการ ได้แก่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ธงชัย
สถานการณ์ล่าสุด
วินิจจะกูล, ศาสตราจารย์พวงทอง ภวัครพันธ์, ศาสตราจารย์โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทัศนัย เศรษฐเสรี รวมถึงผู้ร้องเรียนคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัย จงจิตงาม, วรา จันทร์มณี
และ วัลย์นภัสร์ เจนร่วมจิต จุดเริ่มต้นข้อพิพาท จากรายงานวิชาการสู่หนังสือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัย จงจิตงาม ผู้ร้องเรียน ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า
ตนเป็นผู้จัดทำหลักเพียงผู้เดียวใน ‘รายงานการดำเนินโครงการสำรวจศิลปกรรมของชุมชนในอำเภอฮอดจังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้น พ.ศ. 2563’
มุมมองและผลกระทบ
เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการจำแนกรายละเอียดของศิลปกรรมที่ค้นพบ อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกร้องได้นำเนื้อหาในรายงานดังกล่าวไปปรับปรุงและตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ
‘เมืองฮอดในมิติศิลปวัฒนธรรมฯ’ เมื่อปี พ.ศ. 2567 ผ่านสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยระบุชื่อผู้ถูกร้องเป็นผู้เขียนหลัก และระบุชื่อผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัยเป็นเพียงผู้เขียนรอง
ผู้ร้องระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ถูกร้องได้นำหนังสือเล่มดังกล่าวไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานทางวิชาการในการยื่นขอปรับตำแหน่งทางวิชาการจากรองศาสตราจารย์เป็นศาสตราจารย์
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการแอบอ้างผลงานวิชาการของผู้อื่นมาเป็นของตน ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย นำมาสู่การร้องเรียนไปยังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อขอให้มีการตรวจสอบ
นอกเหนือจากประเด็นการแอบอ้างผลงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรชัยยังได้ร้องขอให้ตรวจสอบประเด็นความโปร่งใสทางการเงิน เนื่องจากพบว่าผู้ถูกร้องได้นำงานเขียนดังกล่าวไปใช้ขอรับทุนวิจัย
โดยมีรายการเบิกจ่ายหลายรายการที่ผู้ร้องตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่มีการใช้จ่ายจริงตามที่เบิก เช่น ค่าถ่ายภาพ เนื่องจากผู้ร้องยืนยันว่าตนเป็นผู้ถ่ายภาพประกอบทั้งหมดด้วยตนเอง
ความขัดแย้งในผลการสอบสวนของมหาวิทยาลัย การตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



