‘NATO แห่งโลกมุสลิม’ เกิดขึ้นแล้ว? หวังดึงอิหร่านร่วมวง เปลี่ยนดุลอำนาจในตะวันออกกลาง
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 17:55อ่าน 3 นาที

หลังจากที่ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ได้ร่วมกันลงนามใน ‘ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ’ (Mecca Joint Defence Agreement) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยหัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือ ‘หลักการป้องปรามร่วมกัน’ (Collective Deterrence) ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า การโจมตีด้วยอาวุธต่อประเทศสมาชิกใดประเทศหนึ่ง จะถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศร่วมกัน ประเด็นสำคัญ ความร่วมมือนี้ เทียบได้กับ ‘NATO โลกมุสลิม’ หรือไม่?
ประเด็นสำคัญ
ข้อตกลงเมกกะ ป้องกันภัยคุกคามจากใคร? ‘สมาชิกไตรภาคี’ ได้ประโยชน์อย่างไร? อิหร่าน: ว่าที่สมาชิกใหม่ เป็นไปได้แค่ไหน? ‘มหาอำนาจ’ และประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มองกลุ่มความร่วมมือนี้อย่างไร?
การบังคับใช้กลไกคล้ายคลึง ‘มาตรา 5’ ทำได้จริงหรือ?
รายละเอียดเพิ่มเติม
ข้อตกลงระดับไตรภาคีนี้ถูกผลักดันขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนระอุ และวิกฤตความเชื่อมั่นที่โลกมุสลิมมีต่อร่มเงาความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา โดยมุ่งเน้นการสร้างกลไกประสานงานทางการทหาร การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และการยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศร่วมกันภายในภูมิภาคตะวันออกกลาง ก่อนที่สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักอย่าง The Jerusalem Post และ The Times of India จะรายงานว่า ทางกลุ่มได้ส่งสัญญาณและหนังสือเชิญให้ ‘อิหร่าน’ เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในระบบความมั่นคงร่วมนี้ด้วยเช่นกัน ความร่วมมือนี้ เทียบได้กับ ‘NATO โลกมุสลิม’ หรือไม่?
THE STANDARD พูดคุยกับ ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้เชี่ยวชาญการเมืองตะวันออกกลาง ถึงข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ และโอกาสเข้าร่วมของอิหร่าน อาจารย์มาโนชญ์อธิบายว่า การรวมกลุ่มของประเทศมุสลิมในระบบความมั่นคงร่วมกัน (Collective Security) ครั้งนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับ NATO ซึ่งมีกลไกป้องกันร่วมกันคล้ายกับ ‘มาตรา 5’ (Article 5) ในการปกป้องซึ่งกันและกัน แม้ว่าแนวคิดนี้จะเคยถูกเสนอโดยตุรกีและปากีสถานมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากซาอุดีอาระเบียและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) ตกอยู่ภายใต้ร่มเงาการรับประกันความมั่นคงจากสหรัฐฯ แลกกับการซื้อขายน้ำมันด้วยสกุลเงินดอลลาร์ (Petrodollar) อาจารย์ยังกล่าวอีกว่า จุดพลิกผันสำคัญ (The Turning Point) คือ การที่อิสราเอลเข้าไปโจมตีกลุ่มฮามาสในประเทศกาตาร์ เมื่อช่วงปลายปี 2025 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในร่มเงาความมั่นคงของสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่ได้ลงโทษใด ๆ ต่ออิสราเอล ประกอบกับการที่ซาอุฯ เผชิญความตึงเครียดและการโจมตีจากอิหร่านและกลุ่มอื่นๆ ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ซาอุดีอาระเบียหันมาดึงปากีสถานและตุรกีเข้าร่วมเจรจาความมั่นคง 3 ฝ่าย จนเกิดเป็น ‘ข้อตกลงเมกกะ’ ในที่สุด คล้ายกับเป็น ‘NATO โลกมุสลิม’ ทางด้าน รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับ THE STANDARD ว่า ข้อตกลงนี้มีนัยสำคัญและถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากมีแนวคิดการป้องกันและป้องปรามร่วม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



