สศอ.เผยดัชนี MPI มิ.ย. ร่วง 3.10% เตือน 8 อุตฯ เฝ้าระวังพิษตะวันออกกลาง-ภาษีทรัมป์ แนะใช้ AI ลดต้นทุน
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 16:00อ่าน 3 นาที

สศอ.เผยดัชนี MPI มิ.ย. ร่วง 3.10% เตือน 8 อุตฯ เฝ้าระวังพิษตะวันออกกลาง-ภาษีทรัมป์ แนะใช้ AI ลดต้นทุน นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า
ประเด็นสำคัญ
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 94.99 หดตัว 3.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 57.61%
เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหดตัว ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งมีความผันผวน
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยภาพรวมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ระดับ 95.96 หดตัว 1.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 57.47% อย่างไรก็ตาม
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2569 ยังมีแรงสนับสนุนสำคัญจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็น เช่น น้ำตาล ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สบู่
และเครื่องสำอาง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและลดค่าครองชีพของภาครัฐภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส นายศุภกิจ กล่าวว่า นอกจากนี้
สถานการณ์ล่าสุด
อุตสาหกรรมที่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูปที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว
รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปที่เติบโตตามวิถีชีวิตของสังคมเมืองซึ่งช่วยสนับสนุนภาคการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ขณะที่ ในเดือนมิถุนายนมีเทศกาลฟุตบอลโลก
ส่งผลให้อุตสาหกรรมสิ่งทอได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อเสื้อผ้ากีฬามากขึ้น นายศุภกิจ กล่าวว่า ด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนกรกฎาคม 2569
มุมมองและผลกระทบ
“ส่งสัญญาณปกติเบื้องต้น” แม้ว่าในเดือนกรกฎาคม 2569 สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกลับมาตึงเครียดอีกครั้งส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และการค้าระหว่างประเทศ
แต่คาดว่าภาคอุตสาหกรรมไทยยังมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยภายในประเทศซึ่งยังมีผลดีของโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ ส่วนด้านปัจจัยต่างประเทศ
ส่งสัญญาณเฝ้าระวังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อและความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกาที่ขณะนี้ทรัมป์ปรับเพิ่มภาษีนำเข้ากับไทยในอัตรา 12.5% อย่างไรก็ตาม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ยังมีปัจจัยบวกจากความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่เติบโตต่อเนื่อง นายศุภกิจ กล่าวว่า สศอ.
ประเมินผลกระทบเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ราคานำ้มันดิบปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่า 80 ดอลลาร์/บาร์เรล และวันที่ 24
ก.ค. อยู่ที่ 92 ดอลลาร์/บาร์เรล ทั้งนี้ สศอ. ประมาณการณ์ฉากทัศน์ไว้ 3 กรณี ที่จะส่งผลต่อจีดีพีภาคอุตสาหกรรม โดยมีข้อสมมติฐานว่าราคานำ้มันดิบจะปรับเพิ่มขึ้นตลอดปี
จากระดับนำ้มันดิบราคาเดิมประมาณ 70-…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



