ยศชนัน ปลุกเฟรชชี่ มธ. ถอดบทเรียนชีวิต หลัง Motorola ปิดกิจการ กล้าเปลี่ยนก่อนโดนบดขยี้
อัปเดตเมื่อ: 2 สิงหาคม 2569 เวลา 14:49อ่าน 3 นาที

ยศชนัน” ปลุกพลังเฟรชชี่ มธ.นับพัน แห่รุมเซลฟี่คึก ลั่น ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์ ถ้าไม่เปลี่ยนโดนบดขยี้ ถอดบทเรียน ชูเคสวิกฤต Motorola-Kodak เทียบความสำเร็จแนะหาแก่นแท้และลงมือทำ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สู่การเป็นความหวังของประเทศ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ในงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ภายใต้แนวคิด “Thammasat: Where We Are
Irreplaceable ที่ที่เรา…ไม่อาจถูกแทนได้” บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่นต้อนรับเฟรชชี่กว่า 3,500 คน ไฮไลต์สำคัญของงานคือช่วง Talk & Inspire : Where you matter
รายละเอียดเพิ่มเติม
“ที่ที่คุณคือความหมาย” โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ซึ่งมาร่วมงานในฐานะศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) รหัส 40 นายยศชนัน กล่าวตอนหนึ่งเริ่มจากการตอกย้ำถึงคุณค่าของความเท่าเทียมในรั้วเหลืองแดงว่า
เรื่องของความที่ทุกคนเท่ากัน ตนคิดว่าที่นี่คือที่ที่ดีที่สุด และทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าเราไปไกลแล้ว เราก็จะกลับมานึกถึงวันที่เราอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นใคร
สถานการณ์ล่าสุด
เราดูแลในระนาบเดียวกันทั้งหมด ก่อนที่จะเรียน แล้วก็ระหว่างเรียน ขออย่างเดียวเลยก็คือว่า ชีวิตนี้ต้องไม่สูญพันธุ์ เพราะเรามีความรู้สึกว่า การที่เราจะเป็นคนที่มีความหมายอยู่
เราต้องสามารถที่จะอยู่ในโลกนี้ได้ ไม่ใช่แค่ที่ธรรมศาสตร์อย่างเดียว แต่จบออกไปแล้วชีวิตเราจะเป็นยังไงบ้าง นายยศชนัน เล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตช่วงเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้า ปี 2001
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Motorola ที่ครอบครัวเคยขายโทรศัพท์ให้ และเป็นแรงบันดาลใจในการเรียนสายนี้ เริ่มทยอยปิดกิจการ
มุมมองและผลกระทบ
จากที่เคยคิดว่าชีวิตนี้น่าจะสบายทั้งชีวิตแล้ว ไม่น่ามีความเสี่ยง กลับกลายเป็นความเคว้งคว้าง จนกระทั่งได้รับคำแนะนำให้ก้าวออกจากกรอบเดิมๆ
“มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้แนะนำหนังสือให้พี่อ่าน พออ่านปุ๊บเนี่ย เขาบอกว่าเทรนด์สุขภาพกำลังมา พี่ก็นึกในใจ เรียนวิศวะเต็มที่เลย ผิดทางเต็มข้อเลยคราวนี้ แถมไม่พอ ประโยคหลังเนี่ย
ต้องเรียนรู้และต้องเปลี่ยนให้ทัน ไม่เช่นนั้น จะเป็นคนที่วันนี้จะถูกบดขยี้ พี่ก็ เอาไงดีวะ มาผิดลำไม่พอ ถ้าไม่เปลี่ยนโดนบดขยี้อีก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พี่ก็เปลี่ยนจากเรื่องสัญญาณวิทยุที่มีสมมติฐานเดียวกัน เป็นสัญญาณที่ออกมาจากสมอง เพื่อช่วยให้ผู้พิการสามารถกลับมาเคลื่อนที่ได้อีกครั้ง
ก็เป็นสิ่งที่เราพยายามจะใช้สิ่งที่เราเรียนมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขณะเดียวกันก็ต้องเปลี่ยนให้เหมาะกับโลกและการเปลี่ยนแปลง” นายยศชนัน กล่าว นายยศชนัน
ได้ยกกรณีศึกษาคลาสสิกของโลกอย่าง Kodak และ Fujifilm สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการกล้องฟิล์ม ที่เผชิญหน้ากับสึนามิดิจิทัล แต่ผลลัพธ์กลับแตกต่างกันสิ้นเชิง โดยเขาเข้าใจแก่นแท้
อินไซต์ของเขาจริงๆ ว่าวันนี้เขาไม่ใช่บริษัทที่ทำธุรกิจฟิล์ม แต่เขาคือบริษัทเคมี เขาคือบริษัทที่ทำทางด้านวัสดุนาโนที่เก่งที่สุด เพราะฉะนั้น ไม่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



