นายกฯ โชว์วิชั่นบนเวที Lowy เมื่อโลกแบ่งขั้ว ไทย ‘ไม่เลือกข้าง แต่ต้องมีทางเลือก’
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 11:39อ่าน 3 นาที

นายกฯ โชว์วิชั่นบนเวที Lowy เมื่อโลกแบ่งขั้ว ไทย ‘ไม่เลือกข้าง แต่ต้องมีทางเลือก’ ชูอาเซียนเข้มแข็ง – เศรษฐกิจยืดหยุ่น เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 18 สิงหาคม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Beyond the Thailand-Australia Bilateral Partnership:
Advancing International Order through Regional and Minilateral Cooperation” ณ สถาบัน Lowy (Lowy Institute) นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยอิสระด้ายนโยบาย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ระหว่างประเทศ (Think Tank) ของประเทศออสเตรเลีย โดยมีบทวิเคราะห์สถานการณ์ระดับโลกต่างๆ และจัดทำดัชนีชี้วัด ที่สื่อมวลชนและรัฐบาลทั่วโลกนำไปอ้างอิง โอกาสนี้ Dr. Michael Fullilove
ผู้อำนวยการบริหารสถาบัน Lowy ให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรี ใช้โอกาสนี้นำเสนอมุมมองของไทยต่อแวดวงนโยบายต่างประเทศ และยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย ถึงบทบาทของไทย ออสเตรเลีย
และประเทศขนาดกลางในการรับมือกับโลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น พร้อมเสนอ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1)ทำให้ภูมิภาคนิยม (Regionalism) สามารถตอบโจทย์ความท้าทายได้อย่างแท้จริง 2)
สถานการณ์ล่าสุด
รักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy) และ 3)สร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่น (Resilience) ผ่านการบูรณาการทางเศรษฐกิจ นายกฯ กล่าวว่า
การเยือนออสเตรเลียครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนที่ไทยและออสเตรเลียจะครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า
โดยทั้งสองประเทศควรต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์จากความร่วมมือทวิภาคี ไปสู่การร่วมสร้างประโยชน์แก่ภูมิภาค ท่ามกลางโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีเชื่อมโยงกันมากขึ้น
มุมมองและผลกระทบ
การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์และความขัดแย้งส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน พลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร นายกฯ ย้ำว่า ในภาวะที่ระบบระหว่างประเทศมีความไม่แน่นอน
และคาดการณ์ได้ยาก ไทยและออสเตรเลียต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันในการรักษาสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เปิดกว้าง มีเสถียรภาพ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎกติกา
โดยทุกประเทศต้องมีส่วนร่วมในการธำรงรักษาระบบดังกล่าว ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของประเทศมหาอำนาจเพียงฝ่ายเดียว นายกฯ เสนอ 3 แนวทางสำคัญ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกในปัจจุบัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ประการแรก ทำให้ภูมิภาคนิยม (Regionalism) สามารถตอบโจทย์ความท้าทายได้อย่างแท้จริง โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่า สถาบันระดับโลกยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
แต่ในช่วงเวลาที่การสร้างฉันทามติในระดับโลกเป็นไปได้ยาก สถาบันระดับภูมิภาคจำเป็นต้องมีบทบาทมากขึ้น ทั้งในการรักษาช่องทางการหารือ สร้างความไว้วางใจ
และแปลงหลักการไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม สำหรับประเทศไทย อาเซียนยังคงเป็น “หลักยึดทางยุทธศาสตร์” ที่สำคัญ โดยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
อาเซียนมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากภูมิภาคที่เคยมีความแตกแยกและความไม่ไว้วางใจ ไปสู่ภูมิภ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



