‘ศุภวุฒิ’ ชู Longevity และ Wellness Economy โอกาสไทยสร้างเศรษฐกิจอายุยืน รับสังคมสูงวัย
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 15:41อ่าน 3 นาที

‘ศุภวุฒิ’ ชู Longevity และ Wellness Economy โอกาสไทยสร้างเศรษฐกิจอายุยืน รับสังคมสูงวัย เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ The Crystal Box อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 19 กรุงเทพฯ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กองบรรณาธิการมติชน จัดงานสัมมนา EXCLUSIVE MEETING ’NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย‘ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน
และผู้กำหนดนโยบาย เกี่ยวกับบทบาทของการท่องเที่ยวต่ออนาคตเศรษฐกิจไทย เริ่มแล้ว เวทีมติชนเจาะโอกาส ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ ฟื้นเที่ยวไทย บิ๊กเนม-คนดังภาคธุรกิจร่วมพรึบ เมื่อเวลา 13.30 น.
รายละเอียดเพิ่มเติม
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขึ้นเสวนาในหัวข้อ Longevity Economy: โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย ครอบคลุมทั้งประเด็นโลกสูงวัยกับการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก,
Wellness Economy และ Medical Tourism, Service Economy นายศุภวุฒิกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว
ซึ่งไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสาธารณสุข แต่เป็น “ไฟต์บังคับ” ของที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัว ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 5.7 ล้านคนในปี 2543
สถานการณ์ล่าสุด
เพิ่มเป็นกว่า 14.5 ล้านคนในปัจจุบัน และคาดว่าอีก 15 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็นประมาณ 20 ล้านคน ขณะเดียวกันอายุเฉลี่ยของประชากรไทยเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 30 ปีในช่วงต้นศตวรรษ เป็น 41.2 ปี
และจะขยับเป็น 46.5 ปีในอีก 15 ปีข้างหน้า “เมื่อคนอายุมากขึ้น ปัญหาสุขภาพก็เพิ่มขึ้นตาม ทั้งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และโรคประจำตัวต่างๆ
สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนของประเทศ หากไม่เตรียมรับมือ เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบโดยตรง” นายศุภวุฒิกล่าว นายศุภวุฒิกล่าวว่า ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยสะท้อนให้เห็นว่า
มุมมองและผลกระทบ
จำนวนประชากรไทยเริ่มลดลงแล้ว และมีแนวโน้มลดลงเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ โดยในปี 2583 ประเทศไทยอาจเหลือประชากรเพียงประมาณ 64 ล้านคน ขณะที่สัดส่วนแรงงานต่อผู้สูงอายุลดลงอย่างต่อเนื่อง
จากเดิมที่มีวัยทำงานกว่า 7 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน ปัจจุบันเหลือประมาณ 3.5 คน และในปี 2593 อาจเหลือเพียง 1.8 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คนเท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า
หากประเทศไทยไม่ปรับตัวสร้าง Longevity Economy หรือเศรษฐกิจที่มุ่งส่งเสริมการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ จะยิ่งทำให้ภาระการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อฐานะการคลังของประเทศ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
นายศุภวุฒิกล่าวว่า นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของภาครัฐยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยงบประมาณระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ขยายตัวเฉลี่ยปีละประมาณ 6%
ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 5% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี นายศุภวุฒิกล่าวว่า
โครงสร้างเศรษฐกิจเดิมของไทยที่พึ่งพาภาคการผลิตไม่สามารถเป็นเครื่องยนต์หลักได้อีกต่อไป เนื่องจากภาคอ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



