ข้ามไปยังเนื้อหา

แกะรอย ‘เกาสง’ พลิกฐานอุตสาหกรรม สู่เมืองแห่งศิลปะ พื้นที่สีเขียว และ LGBTQIA+ ได้อย่างไร?

อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 11:02อ่าน 3 นาที

แกะรอย ‘เกาสง’ พลิกฐานอุตสาหกรรม สู่เมืองแห่งศิลปะ พื้นที่สีเขียว และ LGBTQIA+ ได้อย่างไร?
แชร์ข่าวนี้

ปล่องควันสูงตระหง่าน กลิ่นน้ำมันและสารเคมีจากโรงกลั่น เสียงจอแจจากท่าเรือขนส่งสินค้า และสายน้ำที่ปนเปื้อนของเสียจากภาคอุตสาหกรรม ประเด็นสำคัญ

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

รากฐานที่เติบโตจากสงครามและอุตสาหกรรมหนัก เมื่อชาวเกาสงทวงคืนความเป็นธรรม จากโกดังเก่า สู่เมืองริมน้ำยุคใหม่ เมืองที่เป็นมิตรกับ LGBTQIA+

ก่อนจะกลายเป็นเมืองสุดฮิปที่ถูกจับตามองในเอเชีย ภาพเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและความทรงจำของผู้คนใน ‘เกาสง’ (Kaohsiung) เมืองใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ ไต้หวัน

รายละเอียดเพิ่มเติม

พื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยมีภาพจำเป็น ‘Dark City’ หรือเมืองอุตสาหกรรมสีเทาของเกาะ หลายทศวรรษผ่านไป เกาสงเปลี่ยนโฉมไปอย่างเห็นได้ชัด โกดังเก่าริมท่าเรือถูกชุบชีวิตเป็นย่านศิลปะร่วมสมัย

แม่น้ำที่เคยดำคล้ำและส่งกลิ่นเหม็นกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนของคนเมือง รถไฟฟ้ารางเบาเคลื่อนผ่านสนามหญ้าและแนวต้นไม้อย่างกลมกลืน ขณะที่นโยบายและพื้นที่สาธารณะก็ค่อยๆ

เปิดกว้างต่อผู้คนที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงชุมชน LGBTQIA+ หากสำรวจการเปลี่ยนผ่านของเมืองแห่งนี้ เบื้องหลังภาพเมืองที่สดใสขึ้น เกิดจากแรงผลักของประชาชน รัฐบาลท้องถิ่น

สถานการณ์ล่าสุด

และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โดยมีคำถามสำคัญตามมาว่า เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใครกันแน่ THE STANDARD ชวนแกะรอยการเปลี่ยนผ่านของเกาสงว่า

เมืองอุตสาหกรรมที่เคยเต็มไปด้วยควันพิษและน้ำเสีย พลิกตัวเองมาเป็นหนึ่งในเมืองที่มีชีวิตชีวาของเอเชียได้อย่างไร รากฐานที่เติบโตจากสงครามและอุตสาหกรรมหนัก หากย้อนดูประวัติศาสตร์

รากฐานของเกาสงในฐานะเมืองอุตสาหกรรมเริ่มขึ้นตั้งแต่ยุคอาณานิคมญี่ปุ่นระหว่างปี 1895-1945 เมื่อญี่ปุ่นพัฒนาพื้นที่ปากแม่น้ำทาเกาให้เป็นท่าเรือน้ำลึก เพื่อใช้ขนส่งน้ำตาล ข้าว ไม้

มุมมองและผลกระทบ

และทรัพยากรจากตอนใต้ของไต้หวัน ก่อนยกระดับเมืองเป็นฐานยุทธศาสตร์ในทศวรรษ 1930 ภายใต้นโยบายมุ่งใต้ (Nanshin-ron)

พร้อมตั้งโรงงานเคมีและโรงกลั่นน้ำมันเพื่อสนับสนุนกองทัพในสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามในปี 1945 แต่มรดกอุตสาหกรรมถูกสืบทอดและฟื้นฟูภายใต้รัฐบาลก๊กมินตั๋ง

ทำให้เกาสงกลายเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจไต้หวัน โดยเฉพาะหลังการจัดตั้ง ‘เขตส่งออกและแปรรูปเกาสง’ (Kaohsiung Export Processing Zone) ในปี 1966 เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ตามมาด้วยเมกะโปรเจกต์ด้านเหล็ก การต่อเรือ และปิโตรเคมีในทศวรรษ 1970 เกาสงจึงกลายเป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อน ‘ปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจไต้หวัน’ (Taiwan Economic Miracle)

ทว่าความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นมา ก็พร้อมปัญหามลพิษอย่างหนัก ทั้งควันพิษที่ปกคลุมเมือง ไปจนถึงแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ เช่น แม่น้ำอ้ายเหอ หรือ ‘Love River’ กลายเป็นทางระบายน้ำสีดำ

ขณะที่แม่น้ำเกาผิง ซึ่งใช้เป็นแหล่งน้ำประปาก็เผชิญการปนเปื้อน จนชาวเกาสงเริ่มตั้งคำถามว่า เหตุใดพวกเขาต้องรับผลกระทบจากอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของเกาะ

ขณะที่เมืองหลวงอย่างไทเปกลับมีพื้นที่สีเขียวและน้ำสะอาดมากกว่า ความไม่พอใ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · แกะรอย ‘เกาสง’ พลิกฐานอุตสาหกรรม สู่เมืองแห่งศิลปะ พื้นที่สีเขียว และ LGBTQIA+ ได้อย่างไร?
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง